วันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ความเหงาทำให้เป็นมะเร็งง่ายขึ้น และร้ายแรงขึ้น


ผลการวิจัยใหม่ในสหรัฐเพิ่มน้ำหนักต่อข้อสันนิษฐานที่ว่าความเหงาทำให้เสี่ยงเป็นมะเร็งมากขึ้น และทำให้มะเร็งที่เป็นอยู่แล้วลุกลามมากยิ่งขึ้น
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเยลร่วมกับนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชิคาโกศึกษากับหนูพบว่า หนูที่ถูกขังเดี่ยวเป็นมะเร็งมากกว่าหนูที่อยู่เป็นกลุ่ม และเป็นมะเร็งชนิดร้ายแรงกว่า โดยระบุว่า สาเหตุเกิดจากความเครียด และน่าจะเกิดผลเช่นเดียวกันกับมนุษย์
วงการแพทย์ทราบอยู่แล้วว่าผู้ป่วยมะเร็งที่หดหู่ซึมเศร้ามักมีอัตรารอดชีวิตน้อยลง และเคยมีงานวิจัยพบว่ากำลังใจช่วยให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมมีสุขภาพดีขึ้น งานวิจัยล่าสุดพบว่า ความโดดเดี่ยวและความเครียดทำให้หนูนอร์เวย์ที่ชอบอยู่เป็นกลุ่มเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า หนูที่ถูกแยกขังมีจำนวนเนื้องอก 84 เท่าของหนูที่อยู่เป็นกลุ่มอย่างเหนียวแน่น และเป็นเนื้องอกที่เสี่ยงลุกลาม นอกจากนี้ยังมีฮอร์โมนความเครียดสูงกว่าและใช้เวลานานกว่าในการปรับตัวจากภาวะความเครียด นักวิจัยระบุว่า จะต้องนำผลการศึกษานี้ไปหาหนทางที่อาจจะลดความเสี่ยงเป็นมะเร็งลงได้
ด้านมูลนิธิวิจัยมะเร็งอังกฤษเห็นว่า ผลการศึกษานี้ได้จากหนูทดลอง แต่การศึกษากับมนุษย์โดยทั่วไปไม่พบว่าความเครียดมีความสัมพันธ์โดยตรงกับ มะเร็งเต้านม แต่ก็อาจเป็นไปได้ว่าสถานการณ์ความเครียดอาจมีผลทางอ้อมด้วยการทำให้คนใช้ชีวิตไม่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง เช่น รับประทานมากเกินไป ดื่มสุราหนัก สูบบุหรี่

เทคนิค เลคเชอร์


เทคนิค เลคเชอร์

"เลคเชอร์" กับ "การเรียน" ถือเป็นของคู่กัน หากฟังอย่างเดียวแต่ไม่จด ผลคือ น้อยมากที่จะจำเนื้อหาได้หมด และอาจตกหล่นประเด็นสำคัญไป ดังนั้น การจดบันทึกจึงสำคัญ และเป็นประโยชน์เพื่อใช้ทบทวนภายหลัง สำหรับน้องใหม่ที่กำลังปรับตัวเรียนในรั้วมหาวิทยาลัย 'Edutainment Zone' มีเทคนิคจดเลคเชอร์มาบอกกัน เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม เช่น 'สมุด' ควรใช้ 1 เล่ม ต่อ 1 วิชา เพื่อแยกเป็นสัดส่วน ป้องกันการสับสน 'ปากกา' อาจใช้หลายสี ไว้จดแยกสาระสำคัญของประเด็นต่างๆ ไม่ควรจดทุกคำพูด แต่ควรฟังให้เข้าใจก่อน จากนั้นจับใจความสำคัญแล้วค่อยบันทึกเป็นความเข้าใจของตัวเอง มีข้อสังเกต! ว่า การจดเกือบทุกคำพูดของอาจารย์ เมื่อกลับมาทบทวน หลายคนจะไม่เข้าใจ เพราะไม่ได้ทำความเข้าใจตามไปด้วย มุ่งอยู่กับการเขียนอย่างเดียว ทำให้ไม่รู้ที่มาที่ไป ใช้คำย่อ-สัญลักษณ์เข้าช่วย ทำให้จดเร็วขึ้น อาจกำหนดตัวอักษรขึ้นเอง (แต่คนจดต้องเข้าใจด้วยว่า หมายถึงอะไร) ส่วนใหญ่นิยมใช้จากคำขึ้นต้นของคำนั้นๆ รวมทั้งอักษรย่อที่เป็นมาตรฐาน หากจดสาระสำคัญไม่ทัน ควรทำเครื่องหมายไว้ และบันทึกตามในประเด็นที่อาจารย์กำลังอธิบาย แล้วค่อยถามทีหลัง หากมัวพะวงจะทำให้จดไม่ทันทั้งหมด ถามอาจารย์เมื่อไม่เข้าใจ อย่าปล่อยให้ผ่านไป เพราะเนื้อหาส่วนใหญ่มักบูรณาการเกี่ยวเนื่องกันหมด หากไม่เข้าใจจุดหนึ่งจะทำให้งงกับส่วนอื่นตามไปด้วย และเมื่อได้คำอธิบายแล้ว อย่าลืมหมายเหตุไว้ เวลาทบทวนจะได้เน้นย้ำเป็นพิเศษ ที่สำคัญ! เลคเชอร์แล้ว ต้องกลับไปทำความเข้าใจอย่างสม่ำเสมอ เพื่อความฟิตสำหรับการสอบเทอมนี้กัน

วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

10 อันดับปราสาทราชวังที่หาดูยาก

10. The Potala Palace

พระราชวังที่ยิ่งใหญ่ในธิเบต









9. Mont Saint-Michel
ที่ฝรั่งเศส ปราสาทบนเกาะเล็กๆ ในอ่าว Normandy
ใกล้กับบริททาเนีย ปราสาทแห่งนี้เป็นฉาก
ในภาพยนตร์หลายๆ เรื่อง การ์ตูน หรือแม้แต่ในเกมส์














8. Predjamski Castle
ปราสาทบนถ้ำในสโลวาเนีย ปราสาทแห่งนี้
ไม่ใหญ่นักเมื่อเทียบกับปราสาทอื่นๆ แต่มีจุดเด่น
ที่ไม่เหมือนปราสาทใดๆ คือ ตัวปราสาทได้อยู่รวมกันไปกับถ้ำ
โดยถ้ำนี้ชื่อ Predjamski Grad หมายถึง ปราสาทอยู่หน้าถ้ำ












7. Neuschwanstein Castle
ปราสาทในเยอรมันแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง
เป็นต้นแบบของปราสาทเจ้าหญิงนิทราในดิสนีย์แลนด์












6. Matsumoto Castle
นับเป็นปราสาทที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น











5. Hunyad Castle
ปราสาทแดร็กคูล่า ในโรมาเนีย















4. Malbork Castle
ปราสาทสไตล์โกธิคซึ่งสร้างด้วยอิฐที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ตั้งอยู่ที่ประเทศโปแลนด์ ปราสาทแห่งนี้รวมถึงพิพิธภัณฑ์
ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก













3. Palacio da Pena
พระราชวังที่เก่าแก่ที่สุดในโปรตุเกส
ตั้งอยู่บนภูเขาเหนือเมือง Sintra ในวันที่อากาศสดใส
จะสามารถมองเห็นปราสาทแห่งนี้ได้จากเมืองลิสบอน
พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 15
ภายหลังได้มีการบูรณะใหม่ และอุทิศให้เป็นโบสถ์
ใช้เป็นศาสนสถาน









2. Lowenburg Castle
ปราสาทสิงโตในเยอรมัน ปราสาทแห่งนี้
ดูเหมือนปราสาทในยุคกลาง แต่จริงๆ แล้ว
ปราสาทแห่งนี้เป็นเพียงปราสาทที่สร้างขึ้นมาเลียนแบบ
ปราสาทในยุคกลาง โดย Landgrave Wilhelm IX
สร้างขึ้นประมาณปลายศตวรรษที่ 18










1. Prague Castle

ปราสาทโบราณที่ใหญ่ที่สุดในโลก
จากการบันทึกสถิติของกินเนสบุ๊ค ปราสาทปรากแห่งนี้
มีความยาวประมาณ 570 เมตร กว้างโดยเฉลี่ย 130 เมตร
เพชรมงกุฏเชค (Czech Crown Jewels) ได้รับ
การเก็บรักษาไว้ที่นี่ ปราสาทแห่งนี้ยังเป็นสถานที่
ที่กษัตริย์แห่งเชค จักรพรรดิแห่งโรมัน
และประธานาธิบดีเชคโก สโลวาเกีย
และเชค รีพับบลิคใช้เป็นที่ทำงาน

วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

10 สนามบินที่ได้ชื่อว่า "น่ากลัวที่สุดในโลก"

อันดับ 1 ก็คือ สนามบิน PARO ที่ประเทศภูฎาน
หมู่บ้าน Paro ถูกโอบล้อมด้วยยอดเขาหิมาลายันที่มีความสูง 5,000 เมตร ด้วยเหตุนี้ สนามบินในเมือง Paro จึงนับเป็นสนามบินที่มีความท้าทายในการนำเครื่องลงจอดมากที่สุดในโลก และมีนักบินเพียง 8 คนในโลกเท่านั้น ที่มีคุณสมบัติในการนำเครื่องบินลงจอดที่สนามบินแห่งนี้ (ข้อมูลจากวิกิพีเดีย)


สนามบินแห่งนี้มีรันเวย์เดียว เปิดบริการตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกเท่านั้น ปัจจุบัน มีเพียงสายการบิน Druk Air ซึ่งเป็นสายการบินท้องถิ่นเพียงแห่งเดียว ที่บินบริการบนสนามบินแห่งนี้

ชมคลิปเครื่องบินลงจอดที่สนามบินแห่งนี้ได้ ที่นี่



อันดับ 2 สนามบินนานาชาติ PRINCESS JULIANA ใน ST. MAARTEN, CARIBBEAN


สนามบินแห่งนี้มีรันเวย์ยาวเพียง 2,000 เมตร ถึงแม้ว่าเครื่องบินที่เหมาะสมในการนำมาลงจอดที่สนามบินแห่งนี้ คือ เครื่องบินเจ็ทขนาดกลาง แต่ก็มีเครื่องบินขนาดใหญ่จากยุโรป เช่น โบอิ้ง 747 และแอร์บัส A340 มาลงจอดที่สนามบินแห่งนี้เช่นกัน

ในการนำเครื่องบินขนาดใหญ่ลงจอด นักบินจะต้องบังคับเครื่องบินเหล่านี้ให้บินในระดับต่ำอย่างเหลือเชื่อเหนือชายหาด Maho ถึงกระนั้นก็ตาม ยังไม่เคยมีอุบัติเหตุร้ายแรงเกิดภายในสนามบินแห่งนี้แต่อย่างใด

ชมคลิปดูแล้วจะรู้ว่าเครื่องบินๆ ต่ำแค่ไหน คลิกโลด

ชมคลิปเครื่องบินกำลังจะเทคออฟ (เสียงดัง + ลงแรงมากจนนักท่องเที่ยวต้องวิ่งหนีลงทะเล) คลิก



อันดับที่ 3 สนามบิน RAEGAN NATIONAL AIRPORT ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา


ไม่น่าเชื่อเลยว่าสนามบินในอเมริกาจะติดโผ "น่ากลัวที่สุดในโลก" ถึง 2 แห่ง โดยสนามบินเรแกนแห่งนี้ ตั้งอยู่ระหว่างพื้นที่คาบเกี่ยวของเขต "ห้ามบิน" ถึง 2 แห่งด้วยกัน นั่นก็คือ น่านฟ้าเหนือ เพนตาก้อน และสำนักงานใหญ่ของซีไอเอ ที่ห้ามไม่ให้เครื่องบินใดๆ บินผ่านโดยเด็ดขาด นักบินจึงจำเป็นต้องบินเลี่ยงพื้นที่ดังกล่าว ก่อนที่จะวกกลับมาลงจอดในสนามบิน

ส่วนการนำเครื่องบินๆ ขึ้น ก็ยุ่งยากไม่แพ้กัน เพราะนักบินจำเป็นต้องไต่ระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว และยังต้องเบนเครื่องบินไปทางด้านซ้าย เพื่อไม่ให้เครื่องบินๆ ชนทำเนียบขาวอีกด้วย

คลิก เพื่อชมคลิป





อันดับที่ 4 สนามบิน GIBRALTAR ที่ GIBRALTAR ใน EUROPE


สนามบินแห่งนี้อยู่ระหว่างทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยน ซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันออก และอ่าว Algeciras ที่อยู่ทางด้านทิศตะวันตก รันเวย์ของสนามบินแห่งนี้สร้างจากกรวดผสมน้ำมันดิน มีความยาวไม่ถึง 2,000 เมตร นักบินจำเป็นต้องรู้ตำแหน่งในการลงจอดที่แน่นอนและแม่นยำ และต้องมีความพร้อมที่จะเบรคทันทีที่ล้อแตะรันเวย์ เพราะไม่อย่างนั้นมีหวังได้ลงไปจอดในทะเลแน่ๆ

ากลัวอีกอย่างคือรันเวย์แห่งนี้มีถนนตัดผ่าน เวลามีเครื่องบินขึ้น-ลง ที่กั้นถนนก็จะพับลงมากั้นไม่ให้รถผ่าน (คล้ายเวลาวิ่งข้ามทางรถไฟในบ้านเรา)

ชมคลิปเครื่องบินลงจอดที่สนามบินแห่งนี้ได้ ที่นี่ ชมคลิปรถหยุดให้เครื่องบินผ่านได้ ที่นี่










อันดับที่ 5 รันเวย์จอดเครื่องบิน MATEKANE ที่ประเทศเลโซโธ


ภาพที่เห็น คือ รันเวย์ที่มีความยาวเพียง 400 เมตร และมีไว้สำหรับการบินบริการทางการแพทย์โดยเฉพาะ

การนำเครื่องขึ้นที่รันเวย์แห่งนี้นับเป็นประสบการณ์ขนหัวลุกของผู้โดยสาร เพราะเครื่องบินจะหล่นผลุบลงไปที่หน้าผาซึ่งมีความลึก 600 เมตร ก่อนที่จะเริ่มทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอีกครั้ง ซึ่งนักบิน Tom Claytor เปิดเผยว่า การนำเครื่องขึ้นวิธีนี้จะปลอดภัยกว่าการบินขึ้นโดยตรงเหนือหน้าผา

ขออภัย - ไม่มีคลิปค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

10 สนามบินที่ได้ชื่อว่า "น่ากลัว" ที่สุดในโลก

อันดับ 6. สนามบิน BARRA ประเทศสก๊อตแลนด์
สนามบินแห่งนี้ตั้งอยู่บนเกาะ Barra ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลของประเทศสกอตแลนด์ ที่นี่นับเป็นหนึ่งในสนามบินเพียง 2 แห่งในโลก ที่ใช้ "ชายหาด" เป็นรันเวย์ (อีกแห่งอยู่ที่เกาะ Fraser Island ประเทศออสเตรเลีย)

และเนื่องจากเวลาน้ำขึ้นรันเวย์ของสนามบินแห่งนี้จะหายไป ดังนั้นตารางบินของสนามบินแห่งนี้จะขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่น้ำขึ้นน้ำลง และถ้ามีเหตุฉุกเฉินให้ต้องนำเครื่องลงจอดในเวลากลางคืน ก็จะใช้วิธีนำรถยนต์มาจอดเรียง และเปิดไฟ เพื่อให้เกิดแสงสะท้อนบริเวณแผ่นโลหะที่ถูกเรียงไว้บริเวณชายหาด เป็นการนำทางให้นักบินสามารถนำเครื่องบินลงจอดได้อย่างปลอดภัย
อย่างไรก็ดี ชายหาดแห่งนี้ไม่ได้มีไว้ให้เครื่องบินขึ้น-ลงเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและเก็บหอยอันเลื่องชื่อ โดยผู้ที่เข้ามาท่องเที่ยวหรือเก็บหอยบริเวณชายหาดแห่งนี้ จะต้องคอยสังเกตสัญญาณเตือน กันเอาเอง เมื่อใดก็ตามที่ถุงลมลอยขึ้น แสดงว่าในขณะนั้นสนามบินกำลังจะเปิดให้เครื่องบินขึ้น-ลง ซึ่งผู้ที่อยู่ในบริเวณนั้นจะต้องรีบออกจากชายหาดทันที

ชมคลิปเครื่องบินลงจอดบนชายหาดได้ ที่นี่

อันดับ 7. สนามบินนานาชาติ TONCONTIN ใน TEGUCIGALPA ประเทศฮอนดูรัส

สนามบินแห่งนี้มีรันเวย์ยาวเพียง 1,863 เมตร นับเป็นหนึ่งในสนามบินนานาชาติที่มีรันเวย์สั้นที่สุดในโลก และยังมีภูเขาล้อมรอบ ในการนำเครื่องบินลงจอดนักบินจะต้องบังคับเครื่องบินให้บินเลี้ยวไปทางด้านซ้าย 45 องศา ก่อนที่เครื่องบินจะแตะพื้นรันเวย์เพียงไม่กี่นาที

สนามบินแห่งนี้เคยเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงมาแล้ว 3 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดเพิ่งเกิดขึ้นกับเครื่องบินแอร์บัส เอ 320 ของสายการบิน Grupo TACA ที่บินมาจาก ซาน ซัลวาดอร์ เมื่อเดือนพ.ค. ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นความผิดพลาดระหว่างการนำเครื่องบินลงจอดของนักบิน

พิสูจน์ความน่ากลัวของสนามบินแห่งนี้ได้ ที่นี่ (ภาพจากพื้นดิน) และ ที่นี่ (ภาพจากห้องนักบิน) - ห้ามพลาดทั้ง 2 คลิป





อันดับ 8. สนามบินนานาชาติ JOHN F. KENNEDY ที่เมืองนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา



สนามบินแห่งนี้ติดโผด้านความน่ากลัวตรงที่ นักบินจะต้องคอยระมัดระวังเครื่องบินลำอื่นๆ ที่กำลังบินขึ้น-ลงยังสนามบิน LaGuardia และ สนามบิน Newark ที่อยู่ใกล้ๆ กันระหว่างนำเครื่องลงจอด ในขณะที่ปลายด้านหนึ่งของรันเวย์สิ้นสุดลงที่ผืนน้ำของ Jamaica Bay

ชมภาพการลงจอดของเครื่องบินโบอิ้ง 747 ที่สนามบินแห่งนี้ได้
ที่นี่





อันดับ 9. สนามบินนานาชาติ MADEIRA (FUNCHAL) บนเกาะ MADEIRA ประเทศโปรตุเกส
ช่วงแรกๆ ที่เปิดบริการ สนามบินแห่งนี้มีรันเวย์ยาวเพียง 1,600 เมตร แถมยังโอบล้อมด้วยภูเขาสูง และท้องทะเล ทำให้การลงจอดเป็นไปได้ยาก มีเพียงนักบินที่มีประสบการณ์สูงเท่านั้นที่จะสามารถนำเครื่องบินลงจอดที่สนามบินแห่งนี้ได้

แต่หลังเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงกับสายการบิน TAP Air Portugal เที่ยวบิน 425 เมื่อปี ค.ศ. 1977 หลังจากนักบินพยายามนำเครื่องลงจอด 2 ครั้งแต่ไม่สำเร็จ จนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุในความพยายามลงจอดครั้งที่ 3 เนื่องจากรันเวย์สั้นเกินไป (สำหรับเครื่องบิน Boeing 727-200) ประกอบกับมีฝนตกหนัก และลมกระโชกแรงทำให้ทัศนวิสัยไม่ดี เครื่องบินจึงไถลออกนอกรันเวย์ และชนเข้ากับสะพานจนขาด 2 ท่อนทำให้เกิดไฟลุกท่วม เป็นเหตุให้ผู้โดยสารกว่า 100 คนเสียชีวิต

สนามบินแห่งนี้จึงได้ทุ่มงบประมาณในการขยายรันเวย์ให้มีความยาวมากขึ้นเป็นสองเท่า โดยทำส่วนต่อขยายให้ยื่นออกไปในทะเล โดยมีเสา 180 ต้นรองรับน้ำหนัก จนกระทั่งได้รับรางวัล "Outstanding Structures Award" จาก International Association for Bridge and Structural Engineering (IABSE) ซึ่งเปรียบเหมือนรางวัล "ออสการ์" ของวงการวิศวกรรมที่โปรตุเกส ในเวลาต่อมา

อย่างไรก็ดี นักบินที่จะนำเครื่องบินลงจอดบนสนามบินแห่งนี้ จำเป็นต้องได้รับการเทรนนิ่งเป็นพิเศษ เพราะการลงจอดที่สนามบินแห่งนี้ นักบินจะต้องหันหัวเครื่องบินไปที่ภูเขา และเอียงเครื่องบินไปทางด้านขวาในนาทีสุดท้าย เพื่อจะตั้งลำให้อยู่ในแนวเดียวกับรันเวย์ที่จะปรากฏให้เห็นตรงหน้าชนิดที่เรียกว่า แทบไม่ทันตั้งตัวเลยทีเดียว

ชมการลงจอดของเครื่องบินแอร์บัส เอ 320 ที่สนามบินแห่งนี้ได้ ที่นี่


อันดับ 10 สนามบิน JUANCHO E. YRAUSQUIN บนเกาะ SABA ใน NETHERLANDS ANTILLES


ถึงแม้ว่าจะยังไม่เคยเกิดโศกนาฎกรรมร้ายแรงที่สนามบินบนเกาะเล็กๆ แห่งนี้ แต่บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านการบินต่างเห็นพ้องต้องกันว่า ที่นี่แหล่ะคือ "หนึ่งในสนามบินที่อันตรายที่สุดในโลก"

เพราะนักบินจะต้องรับมือกับลมกรรโชกในขณะเตรียมแลนดิ้งลงบนรันเวย์ ที่มีความยาวเพียง 400 เมตรเท่านั้น อีกจุดที่ถือว่าอันตรายสุดๆ คือ "ตำแหน่ง" ของรันเวย์ที่ด้านหนึ่งเป็นภูเขาสูง ส่วนอีกด้านเป็นหน้าผา (ปลายสุดของรันเวย์ทั้ง 2 ข้าง เป็นหน้าผา) ซึ่งถ้ามีอะไรผิดพลาดไม่ว่าจะเป็นตอนขึ้นหรือตอนลงก็จะตกลงไปในทะเลทันที








ปัจจุบันนี้ มีเพียงสายการบิน Windward Islands Airways ซึ่งเป็นสายการบินท้องถิ่นเพียงแห่งเดียวเท่านั้น ที่เปิดบินบริการวันละ 1 เที่ยวบนสนามบินแห่งนี้

พิสูจน์ความน่ากลัวของสนามบินแห่งนี้ได้ ที่นี่ (หวาดเสียวจริงๆ ขอบอก)































วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2552

Aéroport Paris-Orly


L'aéroport de Paris-Orly (code AITA : ORY, code OACI : LFPO), couramment abrégé en « aéroport d'Orly » est un aéroport francilien situé à quatorze kilomètres au sud de Paris, près de la commune d'Orly. Il est essentiellement utilisé pour les vols nationaux, européens, et les vols à destination du Maghreb, du Moyen-Orient, des DOM-TOM français et du Québec (Canada) : Montréal et la ville de Québec.
L’aéroport de Paris-Orly est la deuxième plate-forme aéroportuaire de France après l'aéroport Paris-Charles-de-Gaulle, et le dixième aéroport européen, avec 229 335 mouvements par an en 2006. Il est divisé en deux aérogares principales : l'aérogare Sud et l'aérogare Ouest (quatre halls) et dispose de trois pistes. L'aéroport compte aussi une aérogare de fret et une zone d'entretien. Il est géré par la société Aéroports de Paris (ADP).
Son implantation au milieu d'une urbanisation extrêmement forte (2 500 habitants au km²) et les nuisances qu'il génère ne permettent pas son développement.

วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2552

10 อันดับชายหาด ยอดแย่! ไม่น่าเที่ยวที่สุดในโลก

สายลม แสงแดด และเสียงคลื่นกระทบหาด บนพื้นทรายสีขาวที่ตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าที่ชวนให้น่าเดินเล่นพักผ่อน แหม่...บรรยากาศดีๆ แบบนี้ คงทำให้เรามีความสุขไม่ใช้น้อยแต่คงไม่ใช้ 10 ชายหาดเหล่านี้แน่นอน เพราะถึงขนาดถูกขนานนามว่าเป็น"ชายหาดยอดแย่ ที่ไม่น่าเที่ยว ที่สุดในโลก"
แต่จะแย่ขนาดไหนนั้น และเป็นที่แห่งใดบ้าง {จะมีบ้านเราด้วยไหมนะ?} ต้องมาดูกันกับ 10 ชายหาด ยอดแย่! ไม่น่าเที่ยวที่สุดในโลก
อันดับ 10. หาด "Blackpool" ประเทศอังกฤษ
ชายหาด Blackpool ถึงแม้ว่าหาดแห่งนี้จะมีรีสอร์ทริมทะเลชื่อดังอยู่หลายแห่ง แต่ก็ยังคงมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากบริเวณโดยรอบชายหาด Blackpool เป็นศูนย์รวมบาร์เครื่องดื่มราคาถูก ที่มีอยู่มากถึง 130 แห่ง ทำให้มักมีบรรดาวัยรุ่นขี้เมา มาขว้างปาขวดแก้ว หรือคอยกลั่นแกล้งข่มขู่เด็กๆ และผู้หญิง ทั้งยังมีเหตุทะเลาะวิวาท ชกต่อยบ่อยๆ
อันดับ 9. หาด "Odaiba" ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
ชายหาด Odaiba เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีมลพิษ และสารปนเปื้อนในน้ำเกินมาตรฐานความปลอดภัย เป็นเหตุให้ทางการต้องนำป้ายมาปักเตือนนักท่องเที่ยวว่าห้าม ลงเล่น หรือแม้แต่เดินลุยน้ำโดยเด็ดขาด และถ้าจะให้ดีควรสวมหน้ากากอนามัยขณะ มาเดินเล่นริมชายหาดแห่งนี้ด้วย {น่ากลัวจัง...แล้วชาดหาดแถวระยองบ้านเรา จะเป็นแบบนี้หรือเปล่านะ!}
อันดับ 8. หาด "Doheny" ที่มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
ชายหาด Doheny ไม่น่าเชื่อว่าที่นี่จะได้รับการขนานนามว่าเป็นชายหาดที่มีมลพิษมากที่สุดในสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 3 ปีติดต่อกัน จนต้องนำป้ายมาปักเตือนนักท่องเที่ยวว่าห้ามลงเล่นน้ำ เพราะจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ และไม่เพียงชายหาดแห่งนี้เท่านั้น แต่ที่แคลิฟอร์เนียยังมีชายหาดอีกหลายแห่งที่มีค่ามลพิษเกินมาตรฐานความ ปลอดภัยอีกด้วย
อันดับ 7. หาด "Repulse" ที่ฮ่องกง
ชายหาด หรืออ่าว Repulse ถูกขนานนามว่าเป็นอ่าวที่สุดแสนโสโครก เต็มไปด้วยมลพิษจากสิ่งก่อสร้างของโครงการต่างๆ นับไม่ถ้วน ตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 เป็นต้นมา เป็นเหตุให้เกิดการแพร่กระจายของสาหร่าย "red tide" ซึ่งเป็นสาหร่ายเซลล์เดียวที่มีพิษ ทำลายระบบนิเวศน์ และมีกลิ่นเหม็น ทั้งยังทำให้เกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีอีกด้วย
อันดับ 6. หาด "Port Phillip Bay" ในเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย
ชายหาด Port Phillip Bay ไม่เพียงแค่สกปรกอย่างเดียว แต่ยังเต็มไปด้วยเศษแก้ว และเข็มฉีดยาของบรรดาวัยรุ่นขี้ยาที่ทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า และเมื่อปีที่แล้วทางการได้ส่งเจ้าหน้าที่ ลงพิ้นที่บูรณะทำความสะอาดครั้งใหญ่กับชายหาดแห่งนี้ และพบว่าบริเวณริมหาดนั้นมีขยะมากมายเป็นจำนวนมากถึง 1 พันตันทีเดียวเชียวละค่ะ
อันดับ 5. หาด "Haina" ที่สาธารณรัฐโดมินิกัน
ชายหาด Haina ถ้าเพื่อนๆ ลงไปดูภาพทางด้านล่างแล้ว คงไม่สงสัยว่าทำไมสถานที่แห่งนี้ถึงได้อันดับ 5 แห่งชายหาดยอดแย่! เพราะพื้นที่ในแถบนี้ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งที่พักพิงให้ทิ้งขยะ และของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมที่สกปรกที่สุดในโลก
อันดับ 4. หาด "SEMINYAK" บนเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย
ชายหาด Seminyak จากผลวิจัยของนักนิเวศน์วิทยากล่าวว่า ปัจจุบัน "บาหลี" กำลังประสบปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมอย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหามลพิษทางน้ำ ของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม และสิ่งปฏิกูลที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก
อันดับ 3. ชายหาด "Marunda" ในเมืองจาการ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย
พระเจ้า...! แทบไม่น่าเชื่อสายตาหากได้เห็นภาพด้านล่าง กับการเพลิดเพลินของเด็กๆ ที่กำลังเก็บเศษขยะพลาสติกในน้ำคลำ ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นน้ำทะเลของชายหาด Marunda แต่รู้หรือไม่ว่า...? ถึงแม้น้ำทะเลของชายหาดแห่งนี้จะสกปรกม๊ากมาก... แต่มันก็ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่งในประเทศอินโดนีเซีย
อันดับ 2. ชายหาด "Goa" ประเทศอินเดีย
ชายหาด Goa ท่ามกลางชายหาดแห่งนี้ นอกจากคนที่มานอนอาบแดดแล้ว ยังคงมีสัตว์อีกหนึ่งชนิดที่ก็ชอบอาบแดดเหมือนกัน นั่นก็คือ ฝูงวัวศักดิ์สิทธิ์ ที่คนท้องถิ่นเลี้ยงไว้ และปล่อยให้มันเดินเล่นริมชายหาดตามสบาย เอ๊ะ... มันจะเหมือนกับ 'ม้า' ตามชายหาดบ้านเราหรือเปล่านะ
อันดับ 1. ชายหาด "Chowpatty" ที่เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย
ชายหาด Chowpatty สมคำล่ำลือจริงๆ ในเรื่องขึ้นชื่อแห่งความสกปรก เต็มไปด้วยขยะ และมลพิษ แถมยังขาดการดูแลเอาใจใส่อีกด้วย ก็เรียกได้ว่ากลายเป็นอันดับ 1 ของชาดหาดยอดแย่! ไม่น่าเที่ยวที่สุดในโลกไปเลย
เป็นไงกันบ้างค่ะเพื่อนๆ เห็นกันไปแล้วกับ 10 อันดับชายหาด ยอดแย่! ไม่น่าเที่ยวที่สุดในโลกซึ่งไม่ก็ไม่น่าจะไปเที่ยวจริงๆ และเราหวังว่า หากเพื่อนๆ ไปเที่ยวทะเลคราวหน้าคงไม่ทิ้งขยะ หรือเศษแก้วกันริมหาดของทะเลบ้านเรานะค่ะ เพื่อชายหาดบ้านเราจะได้ไม่กลายไปติดหนึ่งใน 10 ของอันดับชายหาดยอดแย่กับเขา จนไม่มีใครกล้าไปเที่ยว!!! T___T