วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

Perfume น้ำหอมฝรั่งเศส-เคล็ดลับการใช้..


perfume


น้ำหอม (Perfume) คือ สารละลายหอมระเหยทำจากน้ำมันกับแอลกอฮอล์ มีกลิ่นที่สกัดมาจากดอกไม้ใ นธรรมชาติหรือกลิ่นที่สังเคราะห์ขึ้นมาผสมอยู่ ใช้ทาหรือพ่นตามเสื้อผ้าหรือร่างกาย น้ำหอมจะระเหยออกมาพร้อมกับส่งกลิ่นหอมชวนดมออกมาด้วย มีหลายกลิ่น บางกลิ่นเกิดจากการนำกลิ่นดอกไม้หลายชนิดมาผสมกัน มีการผลิตบรรจุขวดขายหลายยี่ห้อ อาทิเช่น CK , DKNY , LACOSTE , Ralph Lauren ฯลฯ
7 เคล็ดลับเลือกใช้น้ำหอมในหน้าร้อนสาวหลายคนหลงใหลในกลิ่นน้ำหอมจนต้องฉีดทุกวัน บางคนถึงกับต้องหยิบขึ้นมาฉีดเติมระหว่างวัน รู้หรือไม่ว่าอุณหภูมิที่ร้อนจัดอย่างบ้านเราสามารถส่งผลให้กลิ่นหอมที่ใช้อยู่เปลี่ยนไปและอาจกลายเป็นกลิ่นไม่พึงปรารถนาได้ แล้วจะมีวิธีอย่างไรให้กลิ่นหอมไม่ผิดเพี้ยนและติดทนตรึงใจคนข้างกายตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ดูเคล็ดลับต่อไปนี้กันได้เลย


1. ในหน้าร้อนควรเลือกใช้น้ำหอมกลิ่นอ่อนๆ ไม่ฉุนจนเกินไป สูดดมแล้วให้ความรู้สึกสดชื่น เย็นสบาย เช่น น้ำหอมที่มีส่วนผสมจาก orange blossom, pear, mint, ginseng และ ginger


2. หากคุณเป็นคนผิวมัน ความร้อนจากอุณหภูมิที่สูงจะยิ่งช่วยกระจ่ายกลิ่นน้ำหอมที่คุณใช้ให้แรงกว่าสภาพผิวอื่น ฉะนั้นในหน้าร้อนจึงควรยิ่งเลือกกลิ่นน้ำหอมที่อ่อนที่สุด เมื่อฉีดไปแล้วกลิ่นจะได้ไม่ฉุนเกินไป


3. หากเกรงว่ากลิ่นน้ำหอมที่ใช้อยู่จะแรงไป ให้หยดน้ำหอมใส่สำลีเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อแทน


4. ในกรณีที่ร้อนมากจนเหงื่ออกบนหนังศีรษะ แล้วรู้สึกไม่มั่นใจในกลิ่น สามารถเพิ่มความหอมให้เส้นผมได้ด้วยการใช้น้ำหอมกลิ่นเดียวกับกลิ่นที่ฉีดตัว ฉีดห่างเส้นผมประมาณ 1 ฟุต หรือฉีดลงบนแปรงหวีผมพอให้ละอองจับบนแปรง แล้วค่อยบรรจงหวีผม แต่หากคุณใช้วิธีนี้บ่อย ควรหมั่นทำทรีตเม้นท์ผมเป็นประจำด้วย เพราะแอลกอฮอล์ในน้ำหอมอาจทำให้ผมเสียได้


5. สำหรับคนที่มักมีเหงื่อออกบริเวณฝ่ามือ และอาจส่งกลิ่นไม่พึงปรารถนา ให้ฉีดน้ำหอมเบาๆบนฝ่ามือ เวลาจับมือใครจะได้หออมและชวนสัมผัส


6. ในกรณีที่ใช้น้ำหอมแบบแต้ม ควรใช้คอตต้อนบัดแตะน้ำหอมจากปากบวดแทนนิ้วมือ แล้วแต้มตามบริเวณจุดชีพจรต่างๆบนร่างกาย เพราะกลิ่นน้ำหอมในขวดจะเปลี่ยนได้หากได้รับความร้อนจากอุณหภูมิบนนิ้วมือเรา


7. ถ้าอยากหอมทั้งวัน แนะนำให้ใช้แชมพู เจลอาบน้ำ และโรลออนกลิ่นเดียวกับน้ำหอม จะช่วยให้ความหอมอยู่ได้นานยิ่งขึ้นสำหรับผู้ที่ต้องการเติมกลิ่นหอมให้สัมภาระในกระเป๋า ทำได้โดยการเอาของที่อยากให้มีกลิ่นหอมมาใส่รวมในกล่องที่ปิดฝาได้ แล้วฉีดน้ำหอมใส่สำลีก้อน ใส่ลงไปในกล่องปิดฝา อบกลิ่นเอาไว้ วิธีนี้ใช้ได้กับเสื้อผ้าในตู้ด้วย ดีกว่าพรมน้ำหอมลงไปบนเสื้อซึ่งจะทำให้เกิดรอยต่างที่เสื้อได้เพียงเท่านี้คุณก็มีกลิ่นกายหอม ๆ ชวนหลงใหลรับร้อนนี้แล้วคะ
Perfume น้ำหอมฝรั่งเศส
ที่มาส่วนหนึ่งจาก : หนังสือแพรว

วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ประวัติความเป็นมาของ วันวาเลนไทน์


ทุก ๆ ปีเมื่อถึงเดือนกุมภาพันธ์ ดอกกุหลาบสีแดง การ์ดอวยพร ของขวัญ และช็อกโกแลต จะถูกส่งอวยพรถึงกันและกัน ระหว่างคนที่มีความรักต่อกัน ไม่ใช่เพียงแต่คนหนุ่มสาว แต่ยังรวมถึงคนในครอบครัว หรือมิตรสหาย เพราะในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งนับเอาวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น วันแห่งความรัก หรือ วันวาเลนไทน์
ชื่อของ วาเลนไทน์ เข้ามาเกี่ยวข้องกับ วันแห่งความรัก นี้ได้อย่างไร ? และทำไมเดือนกุมภาพันธ์ จึง เป็นเดือนแห่งความรัก ?
ประวัติดั้งเดิมของ วันวาเลนไทน์ ซึ่งเป็น วันแห่งความรัก เกี่ยวพันทั้งกับประเพณีของชาวคริสเตียน และประเพณีดั้งเดิมของชาวโรมัน ที่สืบทอดกันมาเป็นเวลายาวนาน ตามความรับรู้ของชาวคริสต์ วันวาเลนไทน์ มีเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับนักบุญที่ชื่อ วาเลนไทน์ หรือ วาเลนตินัส อย่างน้อย 3 คน ซึ่งทุกคนเสียสละเพื่อเพื่อนมนุษย์ทั้งสิ้น
ตำนานหนึ่งเล่าว่า วาเลนไทน์ เป็นนักบวชที่มีชีวิตอยู่ในกรุงโรม ในช่วงศตวรรษที่ 3 ของปีคริสตศักราช ในช่วงที่จักรพรรดิ คลอดิอุส 2 ปกครองกรุงโรม พระองค์เห็นว่า ผู้ชายที่เป็นโสด จะทำหน้าที่ทหารได้ดีกว่าชายที่มีภรรยาและครอบครัว พระองค์จึงทรงออกกฎหมายห้ามมิให้ผู้ชายในวัยหนุ่มแต่งงาน เพื่อที่จะกะเกณฑ์ชายหนุ่มที่ยังไม่แต่งงานเหล่านี้มาเป็นทหาร นักบวช วาเลนไทน์ ไม่เห็นด้วยกับจักรพรรดิ คลอดิอุส และเห็นว่าเป็นกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม จึงยังคงลักลอบทำพิธีแต่งงานให้กับคนหนุ่มสาวที่มีความรักต่อไป เมื่อการกระทำของ นักบวชวาเลนไทน์ ล่วงรู้ถึงหูของจักรพรรดิ คลอดิอุส พระองค์จึงสั่งให้จับกุมและให้ประหาร นักบวชวาเลนไทน์ เสีย
อีกตำนานหนึ่งเล่าว่า นักบวชวาเลนไทน์ ถูกประหารเพราะพยายามที่จะช่วยเหลือชาวคริสเตียนให้หนีออกจากคุกของพวกโรมัน ซึ่งเวลานั้น ผู้ที่เป็นคริสเตียนจะมีความผิด ต้องถูกนำไปคุมขัง และทรมานด้วยการเฆี่ยนตี
ตำนานที่สามเล่ากันว่า นักบวช วาเลนไทน์ คือผู้ที่ส่ง บัตร “ วาเลนไทน์ ” เป็นคนแรก ในขณะที่นักบวช วาเลนไทน์ ถูกจำคุกอยู่นั้น เขาตกหลุมรักกับหญิงสาวคนหนึ่ง นางเป็นลูกสาวของผู้คุมที่คุกแห่งนั้น ซึ่งนางเข้าไปเยี่ยมในระหว่างที่นักบวชผู้นี้กำลังนอนป่วย ก่อนที่จะถูกประหาร เขาได้เขียนจดหมายฉบับหนึ่งถึงนาง และลงท้ายจดหมายว่า “ จาก วาเลนไทน์ ของเธอ ” ซึ่งเป็นวลีที่ยังใช้กันมาจนถึงทุกวันนี้ แม้ว่าความจริงเกี่ยวกับนักบวช วาเลนไทน์ จะเป็นตำนานที่ค่อนข้างสับสน แต่ทุกตำนานก็เป็นเรื่องของความเห็นอกเห็นใจในเพื่อนมนุษย์ ความกล้าหาญ และที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของ ความรัก จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่ในยุคกลางของยุโรป(ประมาณศตวรรษที่ 5 ถึงศตวรรษที่ 16 ของปีคริสตศักราช) นักบุญ วาเลนไทน์ จะเป็นหนึ่งในนักบุญที่ได้รับความศรัทธามากที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในอังกฤษและฝรั่งเศส
ขณะที่บางคนเชื่อว่า วันวาเลนไทน์ คือวันรำลึกถึงการเสียชีวิต หรือวันทำพิธีฝังศพของนักบุญ วาเลนไทน์ ในกลางเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งอาจจะเริ่มมาตั้งแต่ประมาณปีคริสตศักราช 270 ในบางความเชื่อกล่าวว่า พิธีแสดงความรักต่อนักบุญ วาเลนไทน์ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นประเพณีที่เพื่อแสดงความเป็น คริสเตียน ของนักบวชในศาสนาคริสต์ เพื่อที่จะมาทดแทนเทศกาล ลูเปอร์คาเลีย (Lupercalia) ของชาวโรมันในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่แสดงความรักต่อเทพเจ้าฟอนนัสของชาวโรมัน ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งเกษตรกรรม และเทพเจ้ารอมมิวนัส และเทพเจ้าเรมัส เทพเจ้าผู้สร้างกรุงโรม
พิธีเริ่มต้นโดยพวกสมาชิกของ ลูเปอร์ซิ และนักบวชโรมัน ไปชุมนุมกันที่ถ้ำอันศักดิ์ของพวกเขา ซึ่งเป็นที่กำเนิดของเทพเจ้า รอมมิวนัส และ เรมัส ที่เชื่อกันว่าเป็นผู้สร้างกรุงโรม และเติบโตขึ้นจากการเลี้ยงดูและดื่มนมจากหมาป่า หรือ ลูปา พวกนักบวชโรมันจะทำการฆ่าแพะบูชายัญเพื่อความอุดมสมบูรณ์ และฆ่าสุนัขบูชายัญเพื่อความบริสุทธิ์
จากนั้นเด็กหนุ่ม ๆ จะทำการแล่หนังของแพะออกเป็นชิ้นยาว ๆ นำไปจุ่มในเลือดศักดิ์สิทธิ์ ถือไปตามถนน นำไปแตะที่ตัวผู้หญิง และถือไปตามท้องไร่ท้องนาต่าง ๆ ผู้หญิงโรมันจะเต็มใจให้นำเอาหนังแกะสดที่ชุ่มไปด้วยเลือดมาแตะตามตัว เพราะเชื่อว่าจะนำเอาความอุดมสมบูรณ์มาสู่กรุงโรม จากนั้นในรุ่งขึ้นอีกวัน หญิงสาวชาวเมืองจะพากันเอาชื่อของนางใส่ลงในหม้อขนาดใหญ่ เพื่อให้ชายโสดทั้งหลายมาเลือกชื่อพวกนางจากหม้อใบนี้ และก็เป็นคู่กันไปตลอดทั้งปี ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะลงเอยด้วยการแต่งงานกัน สันตะปาปา เกลาเซียส ได้ประกาศเอาวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันนักบุญวาเลนไทน์ เมื่อประมาณปีคริสตศักราช 498 การเลือกคู่แบบโรมัน กลายเป็นสิ่งที่ “ ไม่ใช่คริสเตียน ” และผิดกฎ ต่อมาในสมัยยุคกลางของยุโรป ได้กลายเป็นความเชื่อของคนในอังกฤษและฝรั่งเศสว่า 14 กุมภาพันธ์ เป็นการเริ่มต้นฤดูผสมพันธุ์ของ “ นก ” แล้วก็กลายเป็น วันวาเลนไทน์ ซึ่งเป็น วันแห่งความรัก
เรื่องราวของ วาเลนไทน์ ที่เก่าแก่ที่สุดซึ่งยังมีหลักฐานหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน คือบทกวีที่เขียนโดย ชาร์ลส ขุนนาง แห่ง ออร์ลีนส์ ซึ่งเขียนให้กับภรรยาของเขาขณะถูกคุมขังในหอคอยกรุงลอนดอน เนื่องจากถูกจับกุมในระหว่างสงคราม อะจินคอร์ต บทกวีชิ้นนี้เขียนขึ้นเมื่อปีคริสตศักราช 1415 ถูกเก็บไว้ในห้องสมุด บริติช แห่งกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และหลายปีต่อมา เชื่อกันว่า พระเจ้าเฮนรี่ที่ 5 ได้จ้างวานให้กวีที่ชื่อ จอห์น ไลด์เกต ประพันธ์บทกวี วาเลนไทน์ ให้กับ แคทเธอรีน แห่ง วาโลอิส ในอังกฤษ เทศกาล วันวาเลนไทน์ ได้รับความนิยม มาตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 17 ของปีคริสตศักราช
คิวปิด หรือ กามเทพ ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความรักของชาวโรมัน ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ อันหนึ่งของ วันวาเลนไทน์ เนื่องจาก คิวปิด เป็นบุตรของเทพธิดา วีนัส ซึ่งเป็นเทพธิดาแห่งความรัก และความงามของชาวโรมัน และมักจะปรากฏอยู่บน บัตรอวยพร วันวาเลนไทน์ อยู่เสมอ
กลางศตวรรษที่ 18 เป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับผู้ที่เป็นคนรักกัน หรือ แม้แต่มิตรสหาย ทุกชั้นชน ที่จะแลกเปลี่ยนของขวัญชิ้นเล็ก ๆ หรือส่งจดหมายถึงกัน
จนถึงยุคปัจจุบัน ก็ได้กลายเป็นการส่งบัตรอวยพร การซื้อของขวัญ และการมอบขนมและช็อกโกแลต ให้แก่กัน และจนถึงวันนี้การส่งอีเมล์ และ เอสเอ็มเอส เพื่ออวยพรเนื่องใน วันวาเลนไทน์ ก็อาจจะเป็นสื่อที่ได้รับความนิยมสูงสุดอีกสื่อหนึ่ง
สถิติของยุโรปและอเมริกา พบว่า ประมาณร้อยละ 85 ของผู้ที่ใช้จ่ายเพื่อ วันวาเลนไทน์ จะเป็นสตรี ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นค่าใช้จ่ายในเรื่องของ บัตรอวยพร ซึ่งก็ไม่ได้จำกัดว่าจะเป็นการอวยพรเฉพาะคู่รักเท่านั้น เพราะในวันวาเลนไทน์นี้จะสามารถแสดงออกความรักต่อใครก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นในครอบครัว เพื่อนฝูง หรือแม้กระทั่งเพื่อนร่วมงาน

วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2552

Economie


"Economie"

******************

Principaux indicateurs économiques


Monnaie Bath(THB)

----------------------------------------------------------------
Taux de Change 32,97 baths/1USD

48,29 baths/1EUR
-----------------------------------------------
PIB 245,8Mds USD (estimation2007)
-----------------------------------------------
PIB/HAB 3900 USD

-----------------------------------------------
Taux de croissance du PIB 4,8% (2007)

-----------------------------------------------
Balance courante +14,8 Mds USD ; 6,1% du PIB (2007)

-----------------------------------------------
Inflation 2,3% (2007)

-----------------------------------------------
Taux de chômage 1,7% (2006)

-----------------------------------------------
Dette extérieure 58,6 Mds USD (2007)/ 26,9% du PIB

-----------------------------------------------
Dette publique 49,8% du PIB (2006)

-----------------------------------------------
Réserves en devises 90 Mds USD (fin 2007)

-----------------------------------------------
Solde commercial +12,4 Mds USD (2007)
-----------------------------------------------




Répartition du PIB par secteur (2006) :

· Services : 44,7%
· Industrie : 44,6%
· Agriculture : 10,7%
L’agriculture occupe 54% de la population active et contribue pour 10,7% au PNB du pays. La Thaïlande est un important exportateur de riz (premier exportateur mondial), de caoutchouc (1er exportateur mondial) et de sucre. Les autres productions sont le maïs, le manioc, le coton, le tabac, le café, le jute, la soie. La pêche est également un secteur clé de l’économie. La Thaïlande figure parmi les dix plus grands producteurs mondiaux de poissons et crustacés (crevette, thon, calamar, crabe, etc.). Les forêts, qui couvrent 28% du territoire, fournissent des bois précieux (teck) et du caoutchouc. La production avicole est une filière performante et place le pays au 5è rang des exportateurs mondiaux.
Energies et Industries : ce secteur occupe 15% de la population active et contribue pour 44,6% au PNB du pays. La production industrielle est particulièrement performante dans les secteurs du textile, de l’agroalimentaire, de l’assemblage électronique (pièces d’ordinateurs, circuits intégrés) et de l’automobile. La principale production minière est la lignite, à laquelle s’ajoutent l’étain, le tungstène, le fer, le zinc, le plomb. La Thaïlande possède également quelques ressources de pétrole et de gaz naturel.
Les services occupent 44,7% de la population active et contribuent pour 45,8% au PNB du pays. Le transport et les moyens de communication, l’immobilier, le tourisme et l’intermédiation financière, en fort développement, jouent un rôle majeur dans le dynamisme économique du pays.



Echanges extérieurs (2007) :

- Exportations : 152 Mrds USD
- Importations : 140 Mrds USD

Principaux postes du commerce extérieur (2007) :

- Exportations : appareils mécaniques, appareils électriques, ordinateurs, industrie automobile.
- Importations : carburants et lubrifiants, matières premières, biens intermédiaires.

Principaux partenaires commerciaux (2007) :

- Clients : ASEAN, Union Européenne, Etats-Unis, Japon, Chine, (la France est 20ème).
- Fournisseurs : Japon, ASEAN, Chine, Union Européenne (la France est 23ème), Etats-Unis.

Pour en savoir plus :
http://www.missioneco.org/thailande/

วันเสาร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2552

หลายเรื่องราวกับคำว่า Don’t

หลายเรื่องราวกับคำว่า Don’t

Don't wait for a smile, to be nice.
อย่ารอคอยให้ได้รับรอยยิ้ม แล้วจึงทำดี

Don't wait to be loved, to love.
อย่ารอคอยให้มีคนรัก แล้วจึงมอบความรักให้ผู้อื่น

Don't wait to be lonely, to recognize the value of a friend.
อย่ารอคอยจนกลายเป็นคนโดดเดี่ยว แล้วจึงเห็นคุณค่าของเพื่อน

Don't wait for the best job, to begin to work.
อย่ารอคอยให้ได้งานที่ดีที่สุด แล้วจึงเริ่มทำงาน

Don't wait to have a lot, to share a bit.
อย่ารอคอยให้มีมากๆ แล้วจึงเริ่มแบ่งปันเพียงน้อยนิด

Don't wait for the fall, to remember the advice.
อย่ารอคอยจนพบความล้มเหลว แล้วจึงจดจำคำแนะนำของผู้อื่น

Don't wait for pair, to believe in prayer.
อย่ารอคอยจนพบเนื้อคู่ แล้วจึงเชื่อในคำอธิษฐาน

Don't wait to have time, to be able to serve.อ
ย่ารอคอยให้มีเวลา แล้วจึงทำประโยชน์

Don't wait for anybody else pain, to ask for apologies.... neither seperation to make it up.
อย่ารอคอยให้คนอื่นเจ็บปวดเสียก่อนแล้วจึงขอโทษหรือต้องเลิกคบกันก่อน แล้วจึงหวนมาคืนดี

Don't wait.......Because you don't know how long it will takes.
อย่ารอคอย.... เพราะคุณไม่รู้ว่ามันจะต้องใช้เวลานานเท่าใด

Etudier en France




  • Bienvenue
    à
    CampusFrance

    Chaque année, la France accueille plus de 260.000 étudiants étrangers, qui viennent profiter d’un système éducatif d’excellente qualité et d’un environnement culturel unique au monde.
    En s’appuyant sur la qualité reconnue de ses établissements d’enseignement supérieur, la France souhaite accueillir chaque année un nombre plus important d’étudiants thaïlandais. Créée par les ministères français de l’Education nationale, de la Recherche et de la Technologie ainsi que des Affaires Etrangères en novembre 1998, l’agence CampusFrance vise trois objectifs essentiels :

    - Offrir aux étudiants étrangers une prestation globale d’accueil et de séjour en France, - Promouvoir dans le monde le potentiel de formation et d’expertise scientifique de la France, -Coordonner l’offre française d’ingénierie éducative.

    Qui sommes-nous ?
    Le Bureau CampusFrance Thaïlande est installé au sein du Service de coopération et d’action culturelle. Trois personnes sont à la disposition des étudiants thaïlandais et de leurs familles pour les aider à préciser leur projet d’études en France et les orienter dans le système français d’enseignement supérieur. CampusFrance Thaïlande propose également des programmes sur mesure incluant l’inscription, l’accueil à l’aéroport et le logement.

    Les salons éducatifs annuels
    N’hésitez pas à consulter cette page pour obtenir les dernières informations sur les salons à venir en Thaïlande.A la fin de l’année 2008, vous pourrez à nouveau participer au salon éducatif qui se tiendra à Bangkok. Pour plus d’informations, n’hésitez pas à consulter ce site ou à nous écrire à bangkok@campusfrance.org !

    N’hésitez pas à nous contacter !

    Espace CampusFrance
    Ambassade de France en ThaïlandeService de coopération et d’action culturelle29 Thanon Sathorn TaiBangkok 10120Tél. 0.2627.2112-4 Fax.0.2627.2111
    Lun.-Ven. 09.00-12.00, 14.00-17.00
    E-mail : bangkok@campusfrance.orgWeb : www.campusfrance.org ou www.thailand.campusfrance.org


    Liens
    - Vous êtes en dernière année de bachelor ? Vous travaillez déjà et vous souhaitez compléter votre formation par un master ? Pour tout savoir sur le programme de bourses ERASMUS MUNDUS, cliquez ici !
    - Vous trouverez également toutes sortes d’informations utiles sur les études en France sur le site du Ministère des Affaires étrangères
    - Des informations pratiques sur la vie étudiante en France sont accessibles en visitant le site de l’Égide (ex-CIES). Site internet : http://www.egide.asso.fr/
    - Les bourses Eiffel en ligne : www.egide.asso.fr/eiffel
    - Le réseau n+i, informations et candidatures (inscriptions + demandes de bourses)pour des études d’ingénieur en France (master of engineering) : http://www.nplusi.com/
    - Visitez le site http://www.eduparis.net/ pour en savoir plus sur les conditions de vie et d’études à Paris !

สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย

สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ตั้งอยู่เลขที่ 35 ถนนเจริญกรุง 36เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ข้างโรงแรมโอเรียนเต็ลแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ -ฝ่ายการทูตและฝ่ายกงสุล -ฝ่ายความร่วมมือและวัฒนธรรม และแผนกวีซ่า ตั้งอยู่เลขที่ 29ถนนสาทรใต้ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร
-ฝ่ายเศรษฐกิจและการพาณิชย์ ตั้งอยู่ที่ชั้น 25 อาคารชาญอิสสระทาวเวอร์ 1ถนนพระราม 4 เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร
สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ตั้งอยู่ที่สถานที่ปัจจุบันตั้งแต่ พ.ศ.2400 เมื่อนายมองตันยี กงศุลฝรั่งเศส ได้เช่าพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณนี้ ขนาดประมาณ 4 ไร่ ต่อมาในวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ.2418 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานที่ดินผืนนี้ให้แก่รัฐบาลฝรั่งเศส และได้รับเอกสารกรรมสิทธิ์ ในปี พ.ศ. 2468 อาคารสถานทูตก่อสร้างโดยช่างชาวอิตาเลียน เป็นอาคารยกพื้นสูงมาก มีระเบียงด้านหน้าสถาปัตยกรรมได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมอิตาเลียน การคมนาคมติดต่อกับสถานทูต เดิมใช้ทางแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะในเหตุการณ์วิกฤตการณ์ร.ศ.112 พ.ศ.2436 กองทัพฝรั่งเศสใช้เรือรบเดินทางเข้ามาเทียบท่าถึงบริเวณสถานทูต ต่อมาเมื่อมีการตัดถนนเจริญกรุง จึงทำทางเข้าทางถนนอีกทางหนึ่ง อาคารสถานทูตได้รับการซ่อมแซมระหว่างปี พ.ศ.2502 – 2511และได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่น จากสมาคมสถาปนิกสยาม เมื่อ พ.ศ.2527ไทยและฝรั่งเศสมีความสัมพันธ์กันมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชมีคณะผู้แทนของรัฐบาลฝรั่งเศสเข้ามาเจริญสัมพันธไมตรี ต่อมามีคณะกงสุลประจำ ต่อมาในปี พ.ศ.2430 ได้เปลี่ยนสถานภาพเป็นคณะผู้แทนทางการทูตซึ่งไม่มีเอกอัครราชทูตเป็นผู้นำ มีการแต่งตั้งเอกอัครราชทูต มาประจำประเทศไทยตั้งแต่ พ.ศ.2492 เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยคนปัจจุบันคือ นายโลรองต์ โอแบล็ง เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ.2546

วันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2551

เอาเนื้อเพลงมาฝาก

Santa Claus Is Coming To Town
You better watch out เธอควรเตรียมตัวได้แล้วYou better not cry เธอไม่ควรร้องไห้นะ Better not pout เธออย่าทำหน้าบึ้งนะI'm telling you why ฉันจะบอกเธอว่าทำไมSanta Claus is coming to town เพราะซานต้าครอสกำลังมาที่เมืองนะสิHe's making a list เขาทำลิสต์รายชื่อไว้And checking it twice; และตรวจดูสองรอบให้แน่ใจGonna find out Who's naughty and nice เพื่อดูว่าเด็กคนไหนซนคนไหนดีSanta Claus is coming to town ซานต้าครอสกำลังมาที่เมืองHe sees you when you're sleeping เขาเห็นยามที่เธอหลับอยู่He knows when you're awake เขารู้ยามที่เธอตื่นอยู่He knows if you've been bad or good เขารู้ว่าเธอทำตัวดีหรือแย่มาSo be good for goodness sake! ฉะนั้นทำตัวให้ดีเข้าไว้O! You better watch out! โอ้ เธอควรระวังไว้นะYou better not cryเธอไม่ควรร้องไห้นะBetter not poutเธอไม่ควรทำหน้าบึ้งนะI'm telling you whyฉันจะบอกเธอให้ว่าทำไมSanta Claus is coming to townซานต้าครอสกำลังมาที่เมืองนะสิSanta Claus is coming to town
We Wish You A Merry Christmas
We wish you a Merry Christmas,เราขออวยพรสุขสันต์วันคริสต์มาสWe wish you a Merry Christmas,เราขออวยพรสุขสันต์วันคริสต์มาสWe wish you a Merry Christmas,เราขออวยพรสุขสันต์วันคริสต์มาสAnd a Happy New Year. และสุขสันต์วันปีใหม่Good tidings we bring,สิ่งดีๆที่เรานำมาTo you and your kin,สู่คุณและเหล่าญาติพี่น้องGood tidings for Christmas,ข่าวน่ารื่นรมณ์แห่งเทศกาลคริสต์มาสAnd a Happy New Year. และขอสุขสันต์วันปีใหม่We all know that Santa's coming,เราต่างก็รู้ว่าซานต้ากำลังมาWe all know that Santa's coming,เราต่างก็รู้ว่าซานต้ากำลังมาWe all know that Santa's coming,เราต่างก็รู้ว่าซานต้ากำลังมาAnd soon he'll be here. และในไม่ช้าเขาจะมาถึง
Good tidings we bring,สิ่งดีๆที่เรานำมาTo you and your kin,สู่คุณและเหล่าญาติพี่น้องGood tidings for Christmas,ข่าวน่ารื่นรมณ์แห่งเทศกาลคริสต์มาสAnd a Happy New Year. และขอสุขสันต์วันปีใหม่
We wish you a Merry Christmas,เราขออวยพรสุขสันต์วันคริสต์มาสWe wish you a Merry Christmas,เราขออวยพรสุขสันต์วันคริสต์มาสWe wish you a Merry Christmas,เราขออวยพรสุขสันต์วันคริสต์มาสAnd a Happy New Year. และสุขสันต์วันปีใหม่