วันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2551

นิทานฝรั่งเศส

เรื่อง งูบิน

จากหนังสือ ตำนานทะเลสาบและแม่น้ำ โดย Bernard Clavel
แปลโดย ดร. สุภาภรณ์ อาภาวัชรุตม์


งูบินหรือ ใช่ซิเด็กน้อย มันเป็นงูนะ เมื่อฉันบอกว่างูก็อย่าได้จินตนาการเป็นอะไรที่คล้ายงูเห่าหรืองูจงอางเลย ไม่ใช่หรอกเริ่มเลยก็แล้วกันว่ามันตัวโตมากกว่านั้นมาก โตกว่างูเห่าและโตกว่าคนด้วย ฉันไม่รู้แน่ว่าขนาดมันสักเท่าใด แต่อย่างน้อยตัวมันก็ยาวครึ่งห้องครัวแหละ มันยังยืนอยู่บนหางของมันได้ด้วย แถมยังมีปีกสีดำเหมือนปีกค้างคาว แต่ใหญ่กว่านั้นร้อยเท่า


หนูเคยเห็นภาพของสัตว์พันธุ์ผสมหรือไม่ นั่นแหละผิวหนังบนลำตัวของงูบินยังกับใส่เสื้อเกราะซึ่งร้อยด้วยห่องเหล้กและเมื่อมันโกรธเกรี้ยว ห่วงตาข่ายจะเริ่มปลิวคล้ายระลอกคลื่นและส่องประกายไฟออกมา ปากของมันก็เช่นเดียวกัน อาจจะพ่นเปลวไฟออกไปไกลหลายเมตร ลิ้นของมันยาวและแหลมดุจเรียวดาบ ลิ้นสีเขียวสะท้อนประกายโลหะออกมาจากคอหอยสีแดงจัดและเจ้าสัตว์ตัวนี้มีตาโตเพียงข้างเดียว ตามันเป็นทับทิมนะ


มันคือสัตว์ประหลาดไงล่ะ
ฉันเคยเห็นมันไหมน่ะหรือ ไม่เคยแน่ พระเจ้าทารงปกป้องพิทักษ์ฉันไม่ให้พานพบเจ้างูตัวนี้ แต่ตอนเด็กฉันรู้จักผู้เฒ่าคนหนึ่งซึ่งรู้จักผู้ที่มีอายุมากกว่าเขา และปู่ของคนนี้ก็ได้พบผู้เฒ่าอีกคนหนึ่งซึ่งเคยเห็นงูบินจริงๆ เหมือนกับที่ฉันเห็นหนูอยู่เวลานี้แหละ


เย็นวันหนึ่งในฤดูใบไม้ผลิ อากาศดี ในตอนนั้นผู้เฒ่าคนนี้ยังหนุ่มแน่น เขาชื่อบาเบอร์โรต์ เขาอาศัยอยู่กับแม่ซึ่งเป็นหม้ายในไร่ริมแม่น้ำแอ็ง ครอบครัวนี้ไม่ร่ำรวย แต่หนุ่มคนนี้อยากแต่งงานกับลูกสาวเศรษฐีเจ้าของที่ดินซึ่งอาศัยอยู่ไกล้ๆ มันเป็นช่วงเวลาแห่งความทุกข์สำหรับเขา เพราะพ่อของหญิงสาวที่เขารักบอกกับเขาว่า


"ไม่มีเงิน ก็ไม่ได้ลูกสาวข้า"

เย็นนั้นเอง เมื่อกลับจาปักไม้ทำรั้วแล้ว เขาก็เดินทอดน่องแบกค้อนไม้เดินอย่างไม่รีบร้อนพลางนึกถึงคนรักของเขาไปด้วย


เมื่อเดินเลี้ยวตรงหัวมุม เขาก็เข้าไปไกล้แม่น้ำแล้ว เขาเห็นอะไรบางอย่าง แสงสว่างไสวที่ดูเหมือนจะเลื้อยลื่นลงไปในน้ำ เขาจึงหมอบอยู่หลังพุ่มไม้ เบิ่งตาดู แล้วหยิกตัวเองให้แน่ใจว่า...ไม่ได้ฝันไป ไม่ใช่ความฝันหรอก งูบินอยู่ตรงนั้นเอง มันกำลังเลื้อยลงไปในน้ำพร้อมพ่นไฟด้วย มันดำลงไป ผุดขึ้นมาเล่นน้ำ ตีปีกจนเกิดฟองกระจายและกวนน้ำประหนึ่งเกิดลมพายุ บาร์เบอโรต์เฝ้าดูมันอยู่ครู่หนึ่งไม่ต้องสงสัยเลยมันคืองูบิน เขาได้ยินคนเฒ่าคนแก่ร่ำลือถึงมันมามาก จนเขาแน่ใจว่าเขาดูไม่ผิด


แต่ก็มีอะไรบางอย่างที่ทำให้เขาตะลึง บนหน้าผากของงูไม่มีอะไรส่องประกายเลย มีคนบอกเขาเสมอว่างูบินจะเอาดวงตาของมันวางไว้บนตลิ่งริมแม่น้ำก่อนจะลงเล่นน้ำ และตาดวงนี้เป็นทับทิมที่มีค่ามหาศาล เขาไม่อยากเชื่อว่าตัวเขา บาร์เบอโรต์ที่น่าสงสารจะมีโชคดีเช่นนี้


บาร์เบอโรต์รู้สึกหวาดๆ เขายังคงจ้องมองอยู่อีกครู่หนึ่งแต่ก็ไม่เห็นอะไรสีแดงตรงหน้าผากสัตว์ประหลาดตัวนี้ เขาจึงค่อยๆคลานไปตามฝั่งแม่น้ำอย่างระแวดระวังเหมือนแมวตัวผู้ที่ตามล่าเหยื่อ เขายังไม่ยอมปล่อยค้อนในมือ และแอบหลบอยู่หลังพงหญ้าเพื่อสำรวจพื้นที่ เงยหน้าขึ้นมองไกลออกไปเพื่อแน่ใจว่าเจ้าสัตว์ประหลาดยังคงเล่นน้ำอยู่ตรงที่มีน้ำมากที่สุด


ในที่สุด เมื่อเขาเอาศรีษะแหวกยอดหญ้าโผล่อออกมาเขาก็พบทับทิมเม็ดนั้น ทับทิมเม็ดใหญ่เกินกว่าที่เขาจะกล้าจินตนาการ เม็ดมันใหญ่เท่ากับศรีษะของเด็กทารกแรกคลอด มันส่งประกายสุกใสจนทำให้ตาเขาพร่า เขาตกตะลึง และจ้องมองดวงไฟดวงใหญ่ที่วางอยู่บนหาดเล็กๆอยู่พักหนึ่ง


บาร์เบอโรต์เป็นเด็กหนุ่มร่างกายแข็งแรง กล้าหาญปราดเปรียว เขาไม่เคยลังเลเมื่อเผชิญหน้าวัวพยศหรือกระทิงหนุ่มเกเร เขานึกถึงพลังและความว่องไวของตัวเอง และราคาค่างวดของทับทิมเม็ดนั้นที่จะช่วยให้การแต่งงานที่ฝันไว้เป็นจริง


แน่นอนเขาจำได้ว่าคนอื่นๆ ก่อนหน้าเขาเคยลองผจญภัยดู และพวกเขาเหล่านั้นก็ถูกงูบินหรือบรรดางูทั้งหลายที่เป็นบริวารของงูบินเขมือบ แต่ตัวบาร์เบอโรต์เองว่องไวกว่าคนอื่นๆ


เมื่อเขาก้าวไปได้สักก้าวหรือสองก้าวก็เห็นงูเห่าตัวใหญ่ขดตัวอยู่ไกล้ๆ ทับทิมเม็ดนั้น มันเพียงแต่สอดสายตาไปรอบๆ เท่านั้นเอง หากงูบินมีวิธีรักษาสมบัติได้เพียงแค่นี้ ก็ไม่น่ามีอะไรที่จะทำให้ผู้ชายอย่างเขากลัวได้เลย

เมื่อบาร์เบอโรต์หันหลังกลับ เจ้าสัตว์ประหลาดก็ว่ายทวนกระแสน้ำขึ้นไปโดยไม่กังวลอะไรเลย ชาวนาผู้นี้คิดว่าตนเองฉลาดเมื่อคิดว่าหากเจ้างูบินไม่มีตา มันคงมองไม่ค่อยเห็นอะไรนัก และคงจะติดตามเขาอย่างลำบากยากเย็น ถ้าเขาฆ่างูเห่าเสีย เขาก็จะวิ่งหนีไปได้


บาร์เบอโรต์ถอดรองเท้าไม้ของเขาออกเพื่อตัวจะได้เบาขึ้น มือเขาจับด้ามค่อนไว้แน่น เขาก้าวไปข้างหน้าอย่างเงียบเชียบและเมื่อรู้สึกว่าอยู่ในระยะที่พอเหมาะ เขาจึงหมุนค้อนและตีกระหน่ำอย่างสุดแรงลงบนงูเห่าแรงพอที่จะฆ่าวัวได้ทีเดียว


งูเห่าไม่มีเวลาแม้แต่จะผงกหัวขึ้นมา หนูคงจำได้นะว่าเป็นฤดูใบไม้ผลิและบรรดางูเห่ายังอ่อนเปลี้ยอยู่


บาร์โบโรต์ทิ้งทั้งค้อนและรองเท้าไม้ เขารีบคว้าทับทิมและตั้งหน้าตั้งตาวิ่งไปยังหมู่บ้าน


แม้งูบินจะมีปีกแต่ขณะนี้บาร์เบอโรต์วิ่งราวกับติดปีกบินเขาไม่เคยวิ่งเร็วได้เท่านี้มาก่อน และไม่เคยกระโดดข้ามรั้วต้นไม้ได้สูงเท่านี้ เพื่อให้คล่องตัว เขาจึงเอาทับทิมใส่ไว้ในเสื้อแนบอก และก็รู้สึกว่าทับทิมเม็ดนั้นเย็นเฉียบพอๆกับก้อนน้ำแข็ง


เขาวิ่งไปได้ครู่หนึ่งจึงเห็นบ้านสองสามหลังตรงปลายทุ่งหญ้า หน้าต่างบ้านมีแสงไฟวอมแวม มีเสียงลมหวีดหวิวมาจากแม่น้ำ เป็นเสียงหวีดหวิวที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน ลมร้อนพัดมาปะทะหลังของเขา และเขารู้สึกว่าทับทิมเริ่มอุ่นขึ้น


บาร์เบอโรต์รู้แล้วว่างูบินสะกดรอยตามเขามา เขาเห็นหมู่บ้านอยู่ไกล้ๆเขาพยายามวิ่งเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นขณะนั้นทับทิมก็เริ่มร้อนจนเผาแผ่นอกของเขา บรรดางูทั้งหลายเลื้อยออกมาจากรั้วต้นไม้ พุ่มไม้ และดงหญ้า มันเลื้อยกรูออกมาราวกับห่าฝน


บาร์เบอโรต์พยายามกระโดดข้ามงูพวกนั้น แต่เขาถูกงูเห่าตัวหนึ่งกัดส้นเท้าซ้ายขณะที่งูจงอางสีเขียวตัวยาวรัดรอบๆขาขวา เสียงลมหวีดหวิวไกล้เข้ามาและกระแสลมร้อนขึ้นทุกที ส่วนทับทิมก็ดุจก้อนถ่านหินร้อนที่เผาไหม้ผิวหนังของเขา


ขณะนั้นเด็กหนุ่มผู้น่าสงสารรู้สึกพ่ายแพ้ เขาเปิดเสื้อออกและปล่อยพลอยมีค่าเม็ดนั้นร่วงลงไปในทุ่งหญ้า


เสียงหวีดหวิวจางหายไปในบัดดล สายลมพัดโชยเย็นสบาย และบรรดางูทั้งหลายก็อันตรธานหายไปสิ้น หน้าตาและเนื้อตัวของเขาโชกเหงื่อเมื่อเขาวิ่งมาถึงบ้าน แม่ของเขาตกใจมากรีบไปหาช่างตีเหล็กที่เป็นหมอรักษาโรคด้วย เขาเอากะหล่ำปลีสับผสมใบบาร์ดานและนมที่จับตัวเป็นก้อนโรยด้วยตะไบเหล็ก


ใครก็ไม่อยากเชื่อว่าหนุ่มผู้เคราะห์ร้ายได้พบงูบิน แต่เขาก็มีบาดแผลให้เห็นวันรุ่งขึ้นตรงบริเวณไกล้ๆรองเท้าไม้และค้อนที่ยังวางอยู่บนตัวงูเห่าที่ถูกทุบตาย ชาวบ้านเห็นร่องรอยที่จะเป็นใครอื่นไม่ได้นอกจากเจ้างูบิน


ไม่มีประโยชน์อันใดที่จะบอกหนูว่าบาร์เบอโรต์ได้เก็ความทรงจำแสนเศร้าจากการผจญภัยครั้งนั้น แต่กระนั้นเมื่อเศรษฐีเพื่อนบ้านรู้ว่าชายหนุ่มยอมเสี่ยงอันตรายใหญ่หลวงเพื่อลุกสาวของเขา จึงตัดสินใจยกลูกสาวให้หนุ่มบาร์เบอโรต์ แต่เศรษฐีเจ้าของไร่ก็ไม่ผิดหวังเลย เพราะบาร์เบอโรต์เป็นเด็กหนุ่มที่แข็งแรงและขยันขันแข็ง เขรูจักพลิกแผ่นดินของพ่อตาให้เป็นทรัพย์ ที่จริงเขาเสียสติก็ตอนที่เขาเห็นทับทิมเท่านั้น แต่ก็ฉลาดกว่าคนอื่นที่ปล่อยพลอยเม็ดนั้นทิ้งไป ก่อนจะถูกงูบินเขมือบ


ถ้าวันใดพวกหนูพบงูบิน ฉันของแนะนำให้เดินผ่านไปโดยไม่มองทับทิม หากมีความละโมบเช่นนั้น เราจะไม่ได้อะไรหรอกสู้อยู่อย่างสงบ ดีกว่าผจญภัยที่ต้องเสี่ยงเอาชีวิตไปทิ้ง

วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2551

>>> ความโรแมนติกจากอักษรตัวแรกของชื่อคุณ

ขอให้ทายจากชื่อจริงนะ

ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร A นั่นหมายความว่า

คุณเป็นคนที่ไม่ค่อยจะโรแมนติกสักเท่าไหร่ คุณจะแสดงออกทางการกระทำอยู่บ่อยๆ

ดูออกจะเป็นนักธุรกิจเสียมากกว่าประมาณว่าคุณจะต้องได้ในสิ่งที่คุณปรารถนาเสมอ

แต่ดูท่าคุณจะไม่ค่อยมีความอดทนในการจีบใครสักเท่าไหร่หรอกนะ(จริงหรือเปล่า)

คุณเป็นคนที่ค่อนข้างจะเปิดเผยและชอบมองคนที่รูปร่าง

มีสัญชาติญาณในการไล่ล่าสิ่งที่ท้าทาย เป็นคนที่ติดอยู่ในความลุ่มหลงงมงาย

และชอบผจญภัยมากซะด้วยสิ แต่ก็อย่าไปอวดสรรพคุณเหล่านี้ให้ใครฟังเลยนะ

เพราะความต้องการของคุณเป็นสิ่งสำคัญเหนือกว่าสิ่งอื่นใดอยู่แล้ว มิใช่หรือ


ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร B นั่นหมายความว่า

คุณดูเป็นนักโรแมนติคตัวยงเชียวล่ะ ชอบงานสังสรรค์ คุณดูมีความสุขมากเวลาที่คุณ

ได้รับของขวัญของกำนัลจากคนที่คุณรัก เพราะมันเป็นวิธีการบอกรักแบบประทับใจ

คุณมากเลย คุณชอบที่จะถูกตามใจและตามใจคนอื่น ชอบที่จะแสดงความรักกัน

แบบสองต่อสอง คนอื่นไม่เกี่ยว ชอบที่จะหาประสบการณ์อะไรใหม่ๆ ให้กับความรัก

ของคุณ


ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร C นั่นหมายความว่า

คุณเรียกได้ว่าเป็นนักสังคมเลยนะ ชอบที่จะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดสนิทสนมกับผู้อื่น

คุณชอบที่จะได้รับการยอมรับจากสังคมรอบข้าง และตัวคุณเอง จะต้องดูดีเสมอ

คุณมองคนรักเหมือนเพื่อน คุณชอบที่จะให้คนอื่นยกยอปอปั้นเทิดทูนคุณ

คุณสามารถบังคับความรู้สึกและจิตใจคุณเองได้เป็นอย่างดี เวลาคุณออกสังคม


ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร D นั่นหมายความว่า

เมื่อคุณรู้สึกว่า คนนี้แหละใช่เลย คุณจะใส่เกียร์เร่งสปีดพุ่งเข้าหาเธออย่างเต็มเหนี่ยว

คุณมิอาจห้ามจิตใจของคุณได้ง่ายๆ เพราะคุณเติบโตขึ้นมาอย่างถูกดูแลเอาใจมา

โดยตลอด คุณค่อนข้างที่จะจริงจังกับสิ่งที่คุณกำลังทำและบางทีก็ออกจะหวงในสิ่ง

ที่คุณมีแบบชนิดที่ว่า คนอื่นแตะต้องไม่ได้เลยนอกจากคุณคนเดียว


ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร E นั่นหมายความว่า

ความต้องการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคุณคือ การที่ได้พูด เพราะฉะนั้น คู่ของคุณก็

จะต้องเป็นผู้ฟังที่ดีและก็จะต้องฉลาดๆเลยนะ คุณต้องการเพื่อนที่สามารถเป็น

คนรักได้ด้วยภายในคนๆเดียวกัน คุณเกลียดความยุ่งวุ่นวายแต่คุณกลับสนุกกับ

การทะเลาะโต้เถียง.. แปลกจัง!!! คุณชอบที่จะจีบไปทั่ว เพราะคุณคิดว่ามันเป็น

สิ่งที่ท้าทายสำหรับคุณ แต่ถ้าคุณให้ใจไปกับใครแล้ว คุณก็จะซื่อสัตย์ต่อรักนั้น

แต่ถ้าคุณยังไม่เจอใครที่ใช่เลยแล้วล่ะ ก็คุณก็จะมีชีวิตที่มีความสุขได้กับหนังสือดีๆ

สักเล่ม แค่นี้ก็ทำให้คุณสบายใจแล้ว..


ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร F นั่นหมายความว่า

คุณเป็นคนช่างเพ้อฝันและโรแมนติกมากเลย ถ้าคุณรักใคร

คุณก็จะเทิดทูนเธอจนหมดหัวใจเลย

คุณพยายามที่จะค้นหา สิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวคุณ ชอบที่จะเฟิร์ทกับคนอื่นไปทั่ว

แต่ถ้ารักใครแล้วก็จะรักจริงๆ โดยภายนอกแล้ว ดูคุณเป็นที่ชอบจะแสดงออก ติดหรู

ดูเจ้าชู้ อย่างคุณนี่เรียกได้เลยว่าโรแมนติคมาตั้งแต่กำเนิด (ว้าว...!!!)

คุณชอบดูหนังประเภทรักโรแมนติก


ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร G นั่นหมายความว่า

คุณเป็นคนที่จู้จี้จุกจิก พิถีพิถันกับการค้นหาสิ่งที่ดีๆ?? ให้ทั้งตัวคุณเองและคู่รัก

ของคุณ คุณชอบที่จะให้คู่รักของคุณเป็นคนที่ฉลาดทัดเทียมหรือเก่งกว่าคุณเลยก็ได้

เพราะมันจะทำให้คุณรู้สึกว่า คุณได้สิ่งที่ดีๆมาคู่ครอง หน้าที่และการงานของคุณ

มาเป็นอันดับ 1 ยิ่งกว่าความรักเลยนะ คุณค่อนข้างขี้อายที่จะแสดงความรักต่อ

คู่ของคุณอย่าอายเลยนะแสดงมันเข้าไปเถอะ ถ้ามันจะทำให้ทุกอย่างมันดีขึ้น


ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร H นั่นหมายความว่า

คุณจะหาแต่คนรักที่สามารถเสริมสร้างชื่อเสียงของคุณ เรียกง่ายๆว่า ชอบคนดัง

ว่างั้นเถอะ ถ้าคุณได้มีข้อตกลง ข้อผูกมัดกับเธอแล้ว คุณก็จะใจดีกับเธอเชียวล่ะ

ของขวัญที่คุณให้กับคู่รักของคุณเรียกว่าเป็นเพียงการลงทุนอย่างนึง

ตราบใดที่คุณยังไม่ได้มีข้อผูกมัดกับคนๆนั้นของคุณ

คุณก็จะเป็นคนที่ค่อนข้างมัถยัสถ์ อีกทั้งใจเย็นอีกต่างหาก


ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร I นั่นหมายความว่า

คุณมีความต้องการที่จะได้รับความรัก การยกย่อง และเทิดทูน

เป็นคนค่อนข้างฟุ่มเฟือย คุณจะค้นหาคู่รักที่สามารถรู้ว่า คุณกำลังทำอะไรอยู่

คุณไม่สนใจพวกสมัครเล่นทั้งหลายหรอก นอกเสียจากเขาจะสอนอะไรคุณได้

คุณนะ จู้จี้น่าดูเลยและชอบทำตามที่ใจตัวเองปรารถนา ชอบที่จะทดลองสิ่งใหม่ ๆ

ต่าง ๆ


ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร J นั่นหมายความว่า

พลังงานที่เต็มเปี่ยมในตัวคุณ เป็นสิ่งพิเศษที่คุณมีมาตั้งแต่กำเนิด

ชอบอะไรที่ตื่นเต้น คุณสามารถที่จะจินตนาการถึงสิ่งโรแมนติกต่างๆ

ตลอดเวลา หัวใจคุณจะล่องลอยไปไม่มีพัก จนคุณเองจะต้องเป็นฝ่ายที่ดึง

มันกลับมาเอง คุณสามารถที่จะรักษาความรักที่มีระยะทางอันไกลห่างๆ

ได้เป็นอย่างดีเป็นคนที่ช่างเพ้อฝัน และเชื่อมั่นในความรัก


ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร K นั่นหมายความว่า

คุณเป็นคนที่ค่อนข้างจะลึกลับ ไม่สุงสิงกับใครและขี้อาย แต่จริงๆ แล้ว

คุณเป็นคนเซ็กซี่มากๆเลยล่ะ แต่คุณไม่ค่อยให้ใครเห็นหรอก คุณเป็นคนฉลาด

รู้ทันเกม และจริงจังกับความรัก คุณใจเย็นและมีความอดทนที่

จะรอใครสักคนที่ถูกบัญชามาจากเบื้องบนเพื่อเป็นคู่คุณ


ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร L นั่นหมายความว่า

เมื่อใดที่คุณถูกล้อมรอบด้วยรัศมีแห่งความรักแล้ว

คุณก็จะโรแมนติกเอามากๆเลย การที่ได้มีคู่รัก เป็นสิ่งที่สำคัญมากในชีวิตคุณ

คุณชอบที่จะแสดงความรักต่อคู่รักของคุณ ต้องการความรัก ความอบอุ่น

การเอาใจและการยกย่อง จากคู่รักของคุณตลอดเวลา


ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร M นั่นหมายความว่า

คุณเป็นคนอ่อนไหว เมื่อคุณเริ่มมีความสัมพันธ์กับใครสักคน

คุณจะทุ่มเทกับมันมากเลย ไม่มีอะไรสามารถหยุดคุณได้

คุณชอบที่จะลองทุกสิ่งทุกอย่าง และแสดงตัวเป็น พ่อพระ –แม่พระกับคู่ของคุณ


ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร N นั่นหมายความว่า

โดยภายนอกของคุณดูอ่อนโยน ไม่อวดดี ขี้อาย แต่รูปลักษณ์ภายนอก

สามารถหลอกกันได้ คุณก็รู้ใช่ป่ะ คุณมีความอยากได้ ไม่รู้จักพอ

ชอบที่จะติ วิจารณ์คู่รักของคุณ และพยายามค้นหาสิ่งที่ดีที่สุดทั้งในตัวเขา

และตัวคุณรู้มั๊ยว่า ยากมากเลยนะ ที่จะหาคนที่จะตรงตามสเป็กของคุณได้

เพราะคุณออกจะตั้งสเป็กไว้ซะเลิศเลอเพอเฟกซ์ซะ... ด้วยความขี้อายของคุณ

จึงทำให้คุณไม่ค่อยกล้าที่จะแสดงความรักออกมาซักเท่าไหร่


ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร O นั่นหมายความว่า

คุณเป็นคนที่ลึกลับและไม่กล้าที่จะทำตามที่ตัวเองต้องการ

คุณพยายามที่จะค้นหาสิ่งต่างๆที่สามารถเสริมอำนาจบารมีคุณได้

คุณมีแนวโน้มที่จะครองโสดอีกนาน คุณต้องการคนที่มีเสน่ห์

และมีเมตตามาเป็นคู่ของคุณ บางทีความลุ่มหลงของคุณ

ก็ทำให้คุณดูเป็นคนที่เห็นแก่ตัวเชียวล่ะ แบบว่าของๆข้าใครอย่าแตะ!


ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร P นั่นหมายความว่า

อย่างคุณเรียก ได้ว่า เป็นหนุ่ม – สาวสังคมตัวยงเชียวล่ะ ประมาณที่ว่า

ไม่ยอมทำอะไร ที่ทำให้ตัวเองขายหน้าหรือ?? เสียชื่อเสียงเป็นอันขาด

และคุณก็ชอบคนที่มีบุคคลิกลักษณะภายนอกดูดีซะด้วย คู่ของคุณจะต้อง

เป็นคนฉลาด คุณชอบที่จะเฟิร์ทไปทั่วและชอบที่จะทำตามใจตัวเอง


ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร Q นั่นหมายความว่า

คุณเปี่ยมไปด้วยพลังงานในร่างกาย พร้อมที่จะทำอะไรๆตื่นเต้นให้

ตัวเองตลอดเวลา เป็นคนที่กระตือรือร้นและน่าดึงดูดใจคนนึงเลยนะ

รู้ตัวหรือเปล่า คุณชอบความโรแมนติก ชอบหัวใจและดอกไม้ ชอบที่

จะพูดคุยกับคนรอบข้าง


ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร R นั่นหมายความว่า

คุณเป็นคนที่มีสาระ ชอบทำอะไรด้วยตัวเอง ชอบคนที่ตามคุณทัน

ฉลาดเท่าทันคุณหรือเหนือกว่า คุณชอบที่จะใช้สมองมากกว่าที่จะลงมือทำเอง

รูปลักษณ์ภายนอกเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจมากเลยสำหรับคุณ โดยส่วนตัวคุณเอง

เป็นคนที่เซ็กซี่ แต่ไม่มีวันที่คุณจะให้คนอื่นเห็นหรอก


ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร S นั่นหมายความว่า

ถ้ามีเรื่องการงานธุรกิจมาเกี่ยวข้อง คุณจะเครียดมากๆเลย แต่การงาน

ก็คือสิ่งบันเทิงใจสำหรับคุณ คุณเป็นคนที่มีจินตนาการในความรักมากมาย

แต่คุณก็ควบคุมตัวเองได้เสมอ คุณค่อนข้างจะรอบคอบมากก่อนที่คุณจะรัก

ใครสักคนแต่ถ้าคุณรักใครแล้ว คุณก็จะติดเขาหนึบยิ่งกว่ากาวตราช้างเชียวล่ะ


ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร T นั่นหมายความว่า

คุณเป็นคนอ่อนไหวและเก็บตัว ชอบคู่รักที่เป็นผู้นำ ชอบฟังเพลง

จุดเทียนและนั่งดื่มด่ำกับบรรยากาศ ช่างจินตนาการ และตกหลุมรัก

ใครๆได้ง่าย เวลาที่คุณมีความรัก คุณจะเป็นคนที่สุดแสนจะโรแมนติก

เพ้อฝันและเปลี่ยนตัวคุณเองอย่างสิ้นเชิง แต่คุณก็ยังมีความเชื่อมั่นในตัวคุณ

และความรู้สึกของคุณเอง คุณสามารถที่จะทำให้ความฝันของคุณเป็นจริงได้

ทุกอย่าง มันอยู่ในหัวของคุณหมดแล้วหนิ


ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร U นั่นหมายความว่า

คุณมีความกระตือรือร้นและเพ้อฝันมาก เวลาคุณตกอยู่ในห้วงแห่งความรัก

แต่เวลาที่คุณไม่ได้รักใคร คุณก็จะพยายามที่จะค้นหาใครก็ตามที่ให้คุณอ้อนได้

คุณเห็นความโรแมนติกเป็นสิ่งที่น่าท้าทาย ชอบที่จะผจญภัย ความตื่นเต้นและอิสระ

คุณชอบที่จะให้ของขวัญคนอื่น ชอบที่จะเห็นคนที่คุณรักดูดี มีความสุข

คุณจะยอมให้คนที่คุณรักมีความสุข ถึงแม้ว่าคุณจะต้องทนทุกข์ก็ตามแบบ

เพื่อเธอ...อะไรทำนองเนี้ย..


ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร V นั่นหมายความว่า

คุณเป็นคนสันโดษ ชอบอิสระ และความตื่นเต้น คุณจะรอให้รู้จักเขาดี

ก่อนที่คุณจะยอมผูกมัดตัวเอง คุณอยากจะรู้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีอยู่ในหัวของเขา

รู้มั๊ยว่า คุณน่ะ ดึงดูดพวกที่ประหลาดๆนะ บ่อยครั้งที่อายุของคุณกับคู่รักจะห่างกัน

ความสนุกสนาน อะไรก็ตามจะทำให้คุณสนุกไปด้วย ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้

มีส่วนร่วมกับมันก็ตามเถอะ


ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร W นั่นหมายความว่า

คุณเป็นคนที่ภาคภูมิใจในความเป็นตัวของคุณเอง มีอีโก้สูง

ไม่ยอมให้ใครมาชักนำความรักของคุณ นอกจากตัวคุณเอง

คุณโรแมนติกและช่างเพ้อฝัน บ่อยครั้งที่คุณจะตกหลุมรักโดยไม่สนใจว่าเขาหรือ

เธอเป็นใครมาจากไหน คุณจะจริงจังกับความสัมพันธ์มาก ไม่มีอะไรและ

สิ่งใดเลิศเลอไปกว่าคู่รักของคุณอีกแล้ว จงสนุกสนานกับเกมรักของคุณต่อไปเถอะ


ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร X นั่นหมายความว่า

คุณชอบสิ่งที่กระตุ้นเร้าอารมณ์คุณอยู่บ่อยๆ เพราะคุณเป็นคนที่ขี้เบื่อง่าย

คุณสามารถที่จะจับปลายหลายมือและหลายตัวได้ในเวลาเดียวกัน

และทำได้ดีซะด้วยสิ คุณไม่ชอบที่จะปิดกั้นตัวเอง และชอบที่จะเป็นผู้นำ


ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร Y นั่นหมายความว่า

นิสัยที่รักอิสระ เป็นบุคคลิกที่โดดเด่นของคุณ

ถ้าคุณทำอะไรไม่ได้ด้วยวิธีของคุณเองแล้วล่ะก็ คุณก็จะไม่สนใจมันอีกเลย

คุณชอบที่จะเป็นผู้นำในความสัมพันธ์ของคุณ แต่มันก็ออกมาไม่ค่อยดี

สักเท่าไหร่อยู่บ่อยๆ ไม่ใช่หรือ?? คุณชอบที่จะเรียนรู้ สำรวจสิ่งต่างๆ

ถ้าคุณมีโอกาสที่จะหาเงิน คุณก็จะยอมละทิ้งความสุขส่วนตัวของคุณ

ไปเพื่อหาเงินเข้ากระเป๋าก่อน คุณต้องพิสูจน์ตัวคุณเองให้คนรัก

ของคุณได้เห็น แต่ก็ยังดีนะที่คุณยังชอบฟังความคิดเห็นจากคนรอบข้าง


ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร Z นั่นหมายความว่า

คุณเป็นคนที่โรแมนติกมากๆ ช่างเพ้อฝัน และบางครั้งคุณก็เชื่อว่า

ความรักคือความเจ็บปวด คุณคิดว่า ตัวคุณเองเป็นคนที่เกิดมาเพื่อบูชาความรัก

เป็นคนที่จริงใจ มีความทะเยอทะยาน คุณห้ามตัวเองที่จะตกหลุมรักใครสักคนไม่ได้

จินตนาการของคุณนั้น บ่อยครั้งที่มาจากภาพยนตร์หรือนิตยสารที่คุณดู

คุณไม่มีวันที่จะเปิดเผยความลับของตัวเองให้คนอื่นรู้โดยเด็ดขาด

เพลงBonjour Bonjour เป็นเพลงเกี่ยวกับการทักทายกันตามแบบฝรั่งเศส และเล่าถึงความสุขในแบบต่างๆ แต่ค่อนข้างจะเป็นเพลงแนวเด็กซักหน่อยค่ะ

Bonjour Bonjour

Dorothée

J'ai mis dans mon coeur un rayon de soleil
Trois grains de bonheur et quelques merveilles
J'ai laissé grandir mes trois grains de bonheur
Je les ai gardés au chaud dans mon coeur
J'ai mis dans ma vie un brin de paradis
Afin qu'il éclaire en rose mes nuits
Au fond de mes yeux j'ai caché du ciel bleu
Pour que tous les gens que j'aime soient heureux

Bonjour Bonjour
Comment ça va
Pour moi ça va
Et toi ça va
C'est bien comme ça
Garde toujours au fond du coeur
Un peu d'amour et de bonheur

J'ai mis dans mon coeur un bouquet de tendresse
Au bout de mes doigts j'ai mis des caresses
J'ai mis des couleurs au coeurs de mes nuits blanches
Des bouquets de fleurs pour seule revanche
J'ai mis dans ma tête trois notes de musique

Qui chantent à tue-tête un refrain magique
Et dans mes souliers j'ai glissé un secret
Qui les fait sauter, qui les fait danser
Bonjour Bonjour...
J'ai mis dans mon coeur...



คำอ่าน

บงชู บงชู

เช มี ดอง มง เกอ เอิง เครยง เดอ โซเลย
ทรัว แกรน เดอ บอนเนอ เอ แกลวเกอะ แมกเวย
เช แลสเซ่ กรองดี เม ทรัล แกรน เดอ บอนเนอ
เชอ เล เซ การ์เด้ โอ โชด์ ดอง มง เกอ
เช มี ดอง มา วี เอิง แบรง เดอ ปาคราดี
อแฟง กิว เอแกร ออง โรส เม นุย
โอ ฟง เดอ เม เยอส์ เช กาช์เช่ ดู ซิแอล เบลอ
ปู เกอะ ตูส์ เล ชอง เกอะ แชม ซัว เออเครอ

บงชู บงชู
กอมมอง ซา วา
ปู มัว ซา วา
เอ ตัว ซา วา
เซ เบียง กอม ซา
การ์เด์อ ตูชูร์ โอ ฟง ดู เกอ
เอิง เปอ ดามูร์ เอ เดอ บอนเนอ

เช มี ดอง มง เกอ เอิง บูเก้ เดอ ตองเดส
โอ บูต์ เดอ เม ดัวท์ เช มี เด การ์แครส
เช มี เด กูล์เลอ โอ เกอ เดอ เม นุย บลองช์
เด บูเก้ เดอ เฟลอ ปู เซิลเล์อ เครอวองช์
เช มี ดอง มา แตทต์ ทรัว โน๊ตเต์อ เดอ มิวสิก

กี ชองต์ อา ตู-แต๊ท เอิง เครอแฟรง มาจิก
เอ ดอง เม ซูลิเย่ เช กลิสเซ่ เอิง เซอเคร่ท์
กี เล เฟ โซลเต้ กี เล เฟ ดองเซ่
บงชู บงชู...
เช มี ดอง มงเกอ...


คำแปล

"สวัสดี สวัสดี"

ฉันใส่เมล็ดพันธุ์แห่งความสุข 3 เมล็ดพร้อมทั้งความมหัศจรรย์อีกนิดหน่อย
ไว้ภายใต้แสงอาทิตย์ในหัวใจของฉัน
และปล่อยให้เมล็ดพันธุ์แห่งความสุขทั้ง 3 เมล็ดนั้นเจริญเติบโต
ฉันดูแลพวกมันด้วยความอบอุ่นในหัวใจ
ฉันใส่กิ่งก้านแห่งสรวงสวรรค์ในชีวิตของฉัน
เพื่อที่มันจะได้ส่องแสงสีกุหลาบสว่างไสวให้ฉันในยามค่ำคืน
ในส่วนลึกของดวงตาของฉัน ฉันเก็บท้องฟ้าสีครามเอาไว้
เพื่อที่ว่าทุกๆคนที่ฉันรักจะได้มีความสุข

**สวัสดี สวัสดี
สบายดีหรือเปล่า
สำหรับฉันสบายดี แล้วเธอล่ะ สบายดีไหม
มันก็ดีอย่างนี้แหล่ะนะ
เก็บความรักน้อยๆพร้อมทั้งความสุข
ไว้ในก้นบึ้งของจิตใจเถิดนะ**

ฉันใส่ความอ่อนโยนไว้ในดวงจิต
ที่ปลายนิ้วมือ ฉันใส่อ้อมกอดอันอบอุ่นและจุมพิตอันอ่อนโยนบนนั้น
ฉันใส่สีสันหลายหลายไว้ในหัวใจในคืนที่นอนไม่หลับ
ส่วนช่อดอกไม้นั้น มีไว้สำหรับการแก้แค้นเพียงอย่างเดียวก็พอ
ฉันใส่โน้ตเพลงที่ร้องได้สูงที่สุด 3 ตัว
อันเป็นท่วงทำนองแสนพิเศษไว้ในหัวของฉัน
และในรองเท้านั้น ฉันลื่นไถลไปกับความลับที่เก็บไว้
ใครก็ตามที่สามารถกระโดดไปด้วยได้ คนนั้นก็จะเต้นรำไปด้วยได้เช่นกัน

**สวัสดี สวัสดี.......

ฉันใส่เมล็ดพันธุ์แห่งความสุข..........


คำศัพท์

Le rayon de soleil = แสงอาทิตย์
La merveille = ความอัศจรรย์
V. grandir = เจริญเติบโต (ต้นไม้)
La tendresse = ความอ่อนโยน
La nuit blanche = นอนไม่หลับ
La revanche = การแก้แค้น
tue-tête = เสียงสูงมากๆ (การร้องเพลงเสียงสูงจนสุดเพดานเสียง)
Le refrain = ท่อนสร้อย


Code : http://www.rn.ac.th/kk/bonjour_bonjour.mp3

ที่มา : www.rn.ac.th/kk

เพลงชาติฝรั่งเศส

La Marseillaise



Allons enfants de la Patrie
Le jour de gloire est arrivé
Contre nous de la tyrannie
L'étendard sanglant est levé {2x}
Entendez vous dans les campagnes
Mugir ces féroces soldats
Ils viennent jusque dans vos bras,
Egorger vos fils, vos compagnes

{Refrain:}
Aux armes citoyens ! Formez vos bataillons !
Marchons, marchons,
Qu'un sang impur abreuve nos sillons

Que veut cette horde d'esclaves
De traîtres, de Rois conjurés ?
Pour qui ces ignobles entraves,
Ces fers dès longtemps préparés ? {2x}
Français ! pour nous, ah ! quel outrage !
Quels transports il doit exciter !
C'est nous qu'on ose méditer
De rendre à l'antique esclavage !

{au Refrain}

Quoi ! des cohortes étrangères
Feraient la loi dans nos foyers ?
Quoi ! ces phalanges mercenaires
Terrasseraient nos fiers guerriers {2x}
Grand Dieu ! par des mains enchaînées
Nos fronts sous le joug se ploieraient,
De vils despotes deviendraient
Les maîtres de nos destinées ?

{au Refrain}

Tremblez, tyrans ! et vous, perfides,
L'opprobe de tous les partis,
Tremblez ! vos projets parricides
Vont enfin recevoir leur prix {2x}.
Tout est soldat pour vous combattre,
S'ils tombent, nos jeunes héros,
La terre en produit de nouveaux
Contre vous tous prêts à se battre

{au Refrain}

Français ! en guerriers magnanimes
Portez ou retenez vos coups.
Epargnez ces tristes victimes
A regret s'armant contre nous {2x}.
Mais le despote sanguinaire,
Mais les complices de Bouillé,
Tous ces tigres qui sans pitié
Déchirent le sein de leur mère

{au Refrain}

Amour sacré de la Patrie
Conduis, soutiens nos bras vengeurs !
Liberté, Liberté chérie !
Combats avec tes défenseurs {2x}.
Sous nos drapeaux, que la victoire
Accoure à tes mâles accents,
Que tes ennemis expirant
Voient ton triomphe et notre gloire !

{au Refrain}

Nous entrerons dans la carrière,
Quand nos aînés n'y seront plus
Nous y trouverons leur poussière
Et les traces de leurs vertus. {2x}
Bien moins jaloux de leur survivre
Que de partager leur cercueil,
Nous aurons le sublime orgueil
De les venger ou de les suivre !

{au Refrain}



โค๊ดเพลง : http://old.marseillaise.org/francais/audio/marsfull.mp3

ที่มาเพลง : http://old.marseillaise.org/francais/

ที่มาเนื้อเพลง : www.paroles.net

วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2551

เพลงสากลจาก Top 20 Billboard Chart Update

เพลงสากลจาก Top 20 Billboard Chart Update


อันดับ1 Justin Timberlake – What Goes Around…Come Around Code:
http://z33.zupload.com/download.php?file=g...&filepath=17827

อันดับ2 Ludacris Featuring Mary J.Blige – Runaway Love Code:
http://www.upload.th.md/download.php?id=2798A4AD

อันดับ3 Nelly Furtado - Say It Right Code:
http://www.upload.th.md/download.php?id=6C82E89A

อันดับ4 Dixie Chicks – Not Ready To Make Nice Code:
http://www.megaphile.com/file/4242/Dixie-C...e-Nice-mp3.html

อันดับ5 Akon – Don’t Matter Code:
http://www.uploading.com/files/6LPD46FR/Ak...Matter.mp3.html

อันดับ6 Gwen Stefani Featuring Akon – The Sweet Escape Code:
http://www.upload.th.md/download.php?id=6B77E289

อันดับ7 Daughtry – It’s Not Over Code:
http://www.upload.th.md/download.php?id=22E82447

อันดับ8 Gym Class Heros Featuring Patrick Stump – Cupid’s Chokehold Code:
http://www.uploading.com/files/YBUL953P/Gy...kehold.mp3.html

อันดับ9 Beyonce - Irreplaceable Code:
http://www.upload.th.md/download.php?id=7F32C37D

อันดับ10 Fall Out Boy – This Ain’t A Scene, It’s An Arms Race Code:
http://www.upload.th.md/download.php?id=73A3D8DF

อันดับ11 Akon ft. Snoop Dogg - I Wanna Love You Code:
http://www.upload.th.md/download.php?id=D905F416

อันดับ12 Lloyd Featuring Lil'' Wayne – You Code:
http://www.upload.th.md/download.php?id=53E66917

อันดับ13 Omarion – Ice Box Code:
http://www.upload.th.md/download.php?id=6E975A1F

อันดับ14 John Mayer – Waiting On The World To Change Code:
http://www.savefile.com/files/116506

อันดับ15 Jim Jones ft. Max B - We Fly High Code:
http://www.upload.th.md/download.php?id=BF0B47B5

อันดับ16 Fat Joe Featuring Lil Wayne - Make It Rain Code:
http://z33.zupload.com/download.php?file=g...&filepath=17903

อันดับ17 Unk - Walk It Out Code:
http://www.upload.th.md/download.php?id=75A0F52E

อันดับ18 Pretty Ricky – On The Hotline Code:
http://www.uploading.com/files/N2CSEEAB/Pr...otline.mp3.html

อันดับ19 Hellogoodbye – Here (In Your Arms) Code:
http://www.uploading.com/files/7WPYLUFM/He..._Arms_.mp3.html

อันดับ20 Justin Timberlake ft. T.I - My Love Code:
http://www.upload.th.md/download.php?id=95C9D099

วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2551

ตัวการ์ตูนโอลิมปิกจีน




อิ๋งอิ๋ง (福娃迎迎 / Yingying) คือละมั่งทิเบตที่เฉลียวฉลาด คล่องแคล่วว่องไว ตัวออกสีส้มๆอะคับ เป็นตัวแทนจากที่ราบสูงคือชิงไห่และทิเบตจากการสันนิษฐานทำให้เกิดข้อพิพาดเรียกร้องการปดปล่อยของชาวทิเบต และเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้จีนโดนรุมประนามจากสากลโลก



จิงจิง( 福娃晶晶 / Jingjing) เป็นหมีแพนด้าหน้าตายิ้มแย้มไร้เดียงสา เป็นตัวแทนพละกำลังและเป็นตัวแทนจากมณฑลเฉินตู ทีๆเกิดแผ่นดินไหว7.9 สร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินมหาศาล



ฮวนฮวน หรือหนูน้อยลูกไฟ (福娃欢欢 / Huanhuan)ฮวนฮวนเป็นตัวแทนของอารมณ์ที่ฮึกเหิมของนักกีฬามาจากทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน เปนที่ๆเกิดหน้าดินถล่มครั้งใหญ่และไฟไหม้ที่เมืองตุนหวง มณฑลกันซูทำให้มีผู้เคราะร้ายมากมาย



นีนี(福娃妮妮 / Nini) มาจากฟากฟ้านภากาศ เพราะเป็นนกนางแอ่นที่กำลังสยายปีก รูปลักษณ์ของนีนีได้มาจากว่าวนางแอ่นดั้งเดิมของปักกิ่ง “นางแอ่น” ที่ๆเป็นที่กำเนิดว่าวนี้มีที่เดียวคือเยียนจิงหรือปักกิ่ง และภัยพิบัติที่เกิดขึ้นกับมณฑลนี้ก็มากับนภากาศเช่นกันคับ นั่นก็คือ พายุดีเปรสชั่นที่พัดพาอาคารบ้านเรือนให้เสียหายมากมาย



เป้ยเป้ย (福娃贝贝 / Beibei) จะทำหน้าที่ส่งมอบความเจริญรุ่งเรือง บนศีรษะเป็นรูปปลาอิ้ว ตัวนี้ยังไม่มีพิบัติภัยใดๆเกิดขึ้นคับ แต่ที่ที่มีปลาอิ้วมีแห่งเดียวคือแม่น้ำแยงซี และตอนนี้นำในแม่น้ำกำลังเพิ่มปริมาณมากขึ้น ผู้ทำนายคาดคะเนว่าอาจเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่บริเวณแม่นำแยงซี



นี่เป็นแค่การสันนิษฐานของบุคคลกลุ่มหนึ่งคับ ไม่ใช่แม่หมอพ่อหมอแต่อย่างใดเป็นแค่การอ้างข้อสันนิษฐานเชิงแฝงเข้าเชื่อมโยงกับเหตุการณ์เท่านั้นคับ

วันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2551

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับฝรั่งเศส

ความรู้ทั่วไป

จำนวนประชากร : 58.3 ล้านคน ( 01 มกราคม 2539) เป็นอันดับที่ 17 ของโลก
ความหนาแน่นของประชากร : 105 คน ต่อตารางกิโลเมตร

พื้นที่ : มีพื้นที่ 551,000 ตารางกิโลเมตร เป็นประเทศที่มีพื้นที่กว้างขวางที่สุดในยุโรป หรือหนึ่งในสี่ของพื้นที่ในประชาคมเศรษฐกิจยุโรป หากมองดูจากแผนที่ประเทศฝรั่งเศสแล้ว จะเห็นว่าเป็นเหมือนรูปหกเหลี่ยม ดังนั้นบางครั้งคนฝรั่งเศสจึงเรียกประเทศของตนว่า L'hexagone ซึ่งแปลว่ารูปหกเหลี่ยม

การปกครอง : การปกครองแบบรัฐธรรมนูญปี 1958 แก้ไขเพิ่มเติมเมื่อปี 1962 มีประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศ (คนปัจจุบัน President Jacques Chirac) เข้าดำรงตำแหน่งโดยการเลือกตั้ง ซึ่งมีขึ้นทุกๆ 7 ปี ประธานาธิบดีจะเป็นผู้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี และแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีตามที่นายกรัฐมนตรีเสนอ
รัฐสภา ประกอบด้วย 2 สภา
สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก (สส) ที่มาจากการเลือกตั้งทุกๆ 5 ปี
วุฒิสภา ประกอบด้วยสมาชิกที่ได้รับการเลือกตั้งทางอ้อมทุกๆ 9 ปี และ 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกเลือกตั้งทุกๆ 3 ปี

เพลงชาติ ลา มาร์แซยแยสา (La Marseillaise) แต่งโดย รูเชต์ เดอ ลิลล์ (Rouget De Lisle) โดยคำสั่งของนายกรัฐมนตรีเมืองสตราสบูร์กเมื่อปี 1792 เดิมมีชื่อว่า าเพลงรบกองทัพแห่งไรน์า (Chant de Guerre pour I'Armee du Rhine) ซึ่งมีท่วงทำนองและเนื้อร้องที่เร้าใจ ทำให้เพลงนี้ติดปากชาวฝรั่งเศส และเปลี่ยนมาเป็นเพลงประจำชาติในชื่อของ าลา มาร์แซยแยสา เมื่อปี 1795

ธงชาติ ธงไตรรงค์ หรือ Tricolore เป็นธงต้นฉบับของธงชาติที่หลายประเทศนำมาใช้ ซึ่งประกอบด้วย 3 สี คือ แดง น้ำเงิน ขาว เดิมทีธงลาฟาแยต (La Fayette) ซึ่งในขณะนั้นมี 2 สี คือ แดง และ น้ำเงิน อันเป็นสัญลักษณ์ของกองทหารรักษาพระนครในกรุงปารีสได้ก่อการปฏิวัติ ต่อมาในปี 1789 (พ.ศ. 2332) มีการเพิ่มสีขาวอันเป็นสัญญลักษณ์แห่งความภักดีต่อสถาบันกษัตริย์ในพระราชวงศ์บูร์บองส์เข้าไป และได้นำมาใช้เป็นธงชาติมาตราบเท่าทุกวันนี้

ภูมิอากาศ มี 3 ประเภท คือแบบภาคพื้นสมุทร แบบภูเขา และแบบเมดิเตอร์เรเนียน ในส่วนของนครปารีส นั้น มีอุณหภูมิโดยเฉลี่ยทั้งปี 12 องศาเซลเซียส แต่เอาแน่อะไรกับภูมิอากาศปารีสไม่ค่อยได้ ฝนตกได้ทุกฤดูกาล และบางทีอุณหภูมิหน้าหนาวลดลงกว่า 3 องศาเซลเซียส เรียกได้ว่าถ้าจะไปปารีส ก็ต้องเตรียมตัวรับหลายสถานการณ์ ทางใต้ของฝรั่งเศส มีอากาศอบอุ่นที่สุดเป็นเขตที่มีลมชื่อ มิสทรัล (Mistral) พัดผ่านในราวฤดูใบไม้ผลิ

ตารางอากาศ อุณหภูมิสูงสุดต่ำสุดของแต่ละเดือน ( C)

เมือง ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค.
ปารีส 7/10 8/1 11/2 16/6 20/9 22/11 25/14 24/14 21/11 16/8 10/4 8/1
นีส 12/5 13/6 15/8 17/10 20/12 22/17 27/19 27/19 25/18 21/12 16/9 14/16

เงินตรา และธนาคาร
หน่วยเงินของฝรั่งเศส : คือฟรังค์ (FF) 1 ฟรังค์มีค่าเท่ากับ 100 ซองตีม (เซนต์) ซึ่งมีมูลค่าเป็นเงินไทยประมาณ 7 บาท (เดือน มิถุนายน 2541) ธนบัตรฝรั่งเศสมีมูลค่า 500,200,100,50 และ 20 ฟรังค์ เงินเหรียญของฝรั่งเศสมีมูลค่า 50,20,10 และ 5 ซองตีม เหรียญ 50 ซอง จะออกมาในลักษณะ ฟรังค์
ธนาคารบางแห่งในฝรั่งเศสอาจจะไม่รับแลกเงิน ดังนั้นนักท่องเที่ยวมีความประสงค์จะแลกเงิน สามารถแลกได้จากธนาคารที่มีคำว่า Exchange เขียนบอกไว้ หรือจากที่ทำการไปรษณีย์ที่มีเคาน์เตอร์สำหรับแลกเงิน เวลาทำการของธนาคารบางแห่งอาจจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับแต่ละท้องที่ เช่นธนาคารที่อยู่ในเมืองทางเมืองทางตอนเหนือของฝรั่งเศสจะเปิดวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.30-16.30 หรือ 17.15 น. บางแห่งอาจจะหยุดพักเที่ยงด้วย ธนาคารที่อยู่ในเมืองทางใต้ส่วนใหญ่จะเปิดวันอังคาร-เสาร์ เวลา 8.00-12.00 น. และ 13.30-16.30 น. และเคาน์เตอร์สำหรับแลกเงินของธนาคารมักจะปิดทำการเร็วกว่าเวลาปิดบริการของธนาคารครึ่งชั่วโมง หากพกเงินเป็นจำนวนมาก ขอแนะนำให้ใช้เช็คเดินทางจะปลอดภัยกว่า ในกรณีของบัตรเครดิตเป็นที่ยอมรับทั่วไปในประเทศ ได้แก่ วีซ่าการ์ด นิยมมากที่สุด ตามด้วยมาสเตอร์การ์ด ไดเนอร์คลับ และบัตรอเมริกันเอ็กซ์เพรส ตามลำดับ

การทิป : ตามกฏหมายฝรั่งเศส ร้านอาหารหรือภัตตาคาร สามารถคิดค่าเซอร์วิสชาร์จได้ ประมาณ 10-15% ของราคาอาหาร ดังนั้นการทิปอาจจะไม่จำเป็นเท่าไรนัก แต่คนส่วนมากมักจะทิ้งเศษเหรียญ หรือเงินสัก 2-3 ฟรังค์ ไม่ว่าจะกินกันในจำนวนเงินแค่ไหนก็ตาม หรือถ้าเราพอใจการบริการของเขา ก็อาจจะทิปให้มาก ถ้าไปนั่งกินกาแฟที่ร้าน ควรจะทิ้งเงินทิปไว้สัก 1 ฟรังค์ แต่ถ้าบริการไม่ดีก็ไม่จำเป็นต้องทิปก็ได้ ทั้งนี้ในส่วนของเท็กซี่ และโรงภาพยนต์ ปกติจะทิปประมาณ 2-3 ฟรังค์


โทรศัพท์
โทรศัพท์สาธารณะในฝรั่งเศสมีทั้งแบบใช้บัตรและแบบหยอดเหรียญ ถ้าเป็นในเมืองใหญ่ๆ มักจะเป็นแบบใช้บัตร บัตรโทรศัพท์มี 2 มูลค่า คือ 40 ฟรังค์ มี 50หน่วย และ 96 ฟรังค์ มี 120 หน่วย หากจะโทรศัพท์กลับมาเมืองไทยขอแนะนำให้ใช้บัตรโทรศัพท์จะสะดวกกว่าแบบหยอดเหรียญ หาซื้อบัตรโทรศัพท์ได้ที่ที่ทำการไปรษณีย์ แผงขายหนังสือที่มีอยู่ทั่วไป หรือตามสถานีรถไฟ และร้านขายของที่มีเขียนป้ายติดว่าจำหน่ายบัตรโทรศัพท์ หรือ าTelecarteา

หากจะโทรศัพท์มาประเทศไทยด้วยโทรศัพท์สาธารณะจะต้องหมุน 19+66+รหัสเมือง+หมายเลขที่ต้องการ


หากอยู่ที่เมืองอื่นๆในฝรั่งเศส นอกเหนือจากเมืองปารีสและต้องการจะโทรศัพท์มายังปารีส หมุนหมายเลข16+1+หมายเลขที่ต้องการ


ถ้าอยู่ในปารีสและต้องการโทรศัพท์ไปยังเมืองอื่นๆ ให้หมุนหมายเลข 16+หมายเลขที่ต้องการ


หมายเลขโทรศัพท์ที่ควรรู้ 13-โอเปอร์เรเตอร์ 1614-โอเปอร์เรเตอร์สำหรับระหว่างประเทศ

ไฟฟ้า กระแสไฟที่ฝรั่งเศสใช้คือ 220 โวลท์ เป็นปลั๊กชนิด 2 ตา บางพื้นที่เป็นปลั๊กชนิด 3 ขา

น้ำประปา น้ำประปาในฝรั่งเศสสะอาดสามารถดื่มได้จากก๊อก น้ำจากก๊อกที่ไม่สะอาดพอจะมีป้ายบอกไว้เสมอว่า าไม่สามารถดื่มได้า หรือ eau non potable

เวลา เวลาของฝรั่งเศสจะช้ากว่าที่เมืองไทย 6 ชั่วโมง
เวลาทำงานและประกอบกิจการ
สำนักงานส่วนใหญ่จะเปิดทุกวัน ยกเว้นวันอาทิตย์และบางแห่งวันจันทร์ ชั่วโมงทำการคือ 9.00 หรือ 10.00 น.-18.30 หรือ 19.00 น. หยุดพักเที่ยงตั้งแต่ 12.00 หรือ 13.00 น.-14.00 หรือ 15.00 น. ร้านค้าทั่วไปจะเปิดร้านประมาณ 9.00-18.00 น. ตั้งแต่วันจันทร์-เสาร์ และมักพักตอนเที่ยง มีร้านค้าจำนวนมากที่จะปิดในช่วงวันจันทร์ และแทบทุกร้านจะไม่เปิดขายสินค้าในวันอาทิตย์โดยเฉพาะช่วงบ่ายเลย ร้านขนมปัง มักจะเปิดกันตั้งแต่ 7.00 น. และหยุดพักตอนเที่ยง หลังจากนั้นจะเปิดอีกครั้งจนถึงเวลาประมาณ 19.00 น. หรือเกินกว่านั้น ส่วนร้านที่ไม่หยุดพักในตอนเที่ยง ได้แก่ซูเปอร์มาเก็ต ห้างสรรพสินค้า

ช้อปปิ้ง
น้ำหอม นักท่องเที่ยวทั่วไปนิยมซื้อน้ำหอมยี่ห้อที่ฝรั่งเศสเป็นต้นตำรับ ซึ่งราคาจะถูกกว่าที่นำมาขายในต่างประเทศมาก เมืองที่มีชื่อเสียงในการผลิตหัวน้ำหอมกลิ่นต่างๆ ได้แก่เมืองนีส คานส์ ริเวียร่า เป็นต้น ยี่ห้อน้ำหอมที่ขึ้นชื่อที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าตำรับได้แก่ Christian Dior และน้ำหอมของ Caron, Givenchy, Rochas, Guerlain, Paco Rabanne เป็นต้น

เสื้อผ้าและสินค้าแฟชั่น ฝรั่งเศสมีชื่อเสียงมากโดยเฉพาะศูนย์รวมของดีไซเนอร์ชื่อดัง และเป็นต้นฉบับของแฟชั่นทั่วโลก


เครื่องดื่มที่มีแอลกฮอล์
ฝรั่งเศสมีชื่อด้านนี้อย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ การเป็นแหล่งผลิตของไวน์ และแชมเปญที่สำคัญที่สุดของโลกในปัจจุบัน
ไวน์ (Vin) หรือเหล้าองุ่นเริ่มผลิตขึ้นในฝรั้งเศสเป็นครั้งแรกตั้งแต่ยุคโรมัน โดยกองทัพโรมันที่เข้าปราบปรามอนารยชนได้นำวิธีการทำเหล้าองุ่นมาเผยแพร่และได้สืบทอดการทำไร่องุ่น และเหล้าไวน์มาจนปัจจุบัน ในหมู่นักดื่มไวน์นั้น ถือว่าไวน์ฝรั่งเศสเป็นไวน์ที่ดีทีสุดในโลก แหล่งผลิตไวน์ที่ขึ้นชื่อไดแก่ บอร์โดซ์ (Bordeux) เบอร์กันดี ชองปาญ อัลซาส ลัวร์ โรน โพรวองซ์ จูราและซาวอย และทางตอนใต้สุดของประเทศ
ไวน์แบ่งออกเป็น 3 สี คือ ไวน์ขาว (Blanc) ไวน์แดง (Rouge) และไวน์สีชมพู (Rose) โดยทั่วไปจะนิยมไวน์ขาว และไวน์แดง แต่ไวน์สีชมพูจะไม่เป็นที่นิยมและมักถือว่าเป็นไวน์ที่ดื่มเล่นๆเสียมากกว่า

รสชาติของไวน์นั้นจะแบ่งออกเป็น
But = ธรรมดา, Sec = หวานเล็กน้อย, Demi-sec = หวาน, Doux = หวานมาก

คุณภาพของไวน์ที่ผลิตในฝรั่งเศสนั้นรัฐจะควบคุมให้ได้มาตรฐาน โดยแบ่งออกเป็น 4 ลำดับขั้น คือ
1) Appellation d'Origine Controlee (AOC) เป็นไวน์ที่แจ้งรายละเอียดการผลิต ที่ผลิต การบรรจุขวด การบ่มไวน์อย่างละเอียดบนป้ายฉลาดขวด เป็นไวน์คุณภาพสูง และสามารถมีราคาสูงได้เป็นพันเป็นหมื่นบาทขึ้นอยู่กับปีที่ผลิตเป็นสำคัญ
2) Vins Delimite de Qualite Superieure (VDQS) เป็นไวน์คุณภาพสูง เช่นเดียวกับไวน์ที่มี AOC ต่างกันตรงเป็นไวน์ที่ผลิตจากแหล่งใดแหล่งหนึ่งหรือสถานที่แห่งหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งสถานที่นั้นๆได้รับการรับรองว่าผลิตไวน์ได้คุณภาพ เช่นไวน์จากบอร์โดซ์ ซึ่งจะบรรจุขวดรูปทรงไม่เหมือนกับไวน์ที่อื่นๆ ไวน์แบบนี้มีราคาสูงเช่นกัน
3) Vin de Pays หรือไวน์ท้องถิ่น ราคาไม่ค่อยแพง คุณภาพปานกลางมักเสิร์ฟตามร้านอาหารทั่วไป
4) Vin De Table หรือไวน์ธรรมดาๆ คุณภาพปานกลาง มักเสิร์ฟตามร้านอาหารแบบชาวบ้านโดยใส่มาเป็นเหยือก (carafe)
องุ่นต่างพันธุ์จะให้รสชาติของไวน์ที่ต่างกันไป ชื่อพันธุ์องุ่นจะถูกบ่งบอกไว้ที่ขวดด้วย พันธุ์องุ่นที่กล่าวกันว่าดี ให้ไวน์รสกลมกล่อม นุ่มละมุนเป็นที่นิยมกันก็ คือ
pinot noir, pinot gris, pinot blanc, muscat, riesling, cabernet sauvignon, cabernet franc, merlot, petit verdot, malbec, muscadet, sauvignon, chenin blanc, gamay


นอกจากนี้ยังมีประเภท เครื่องสำอาง, กระเป๋าและเครื่องหนัง, ผ้าลูกไม้ฝรั่งเศส
อาหารการกิน
ในสมัยก่อนคนฝรั่งเศสสามัญชนโดยเฉพาะในชนบท จะถืออาหารกลางวันเป็นอาหารหลัก ส่วนในราชสำนักจะถือมื้อเย็นเป็นสำคัญ แต่ในปัจจุบันเวลาอาหารปกติ คือ กลางวัน 12.00-14.00 น. เย็น 20.00-22.00 น.
เพราะฉะนั้นตามเมืองใหญ่ๆ โดยเฉพาะปารีสร้านอาหารอาจเปิดประมาณ 11.30 น. ถึง บ่าย 2 โมง และเปิดอีกครั้งเวลา หนึ่งทุ่มไปจนถึงเที่ยงคืน บางร้านอาจเปิดไปจนถึงตีสองหรือตีสามเพื่อรับนักท่องเที่ยวราตรีโดยเฉพาะ
อาหารเย็นแบบเต็มยศ จะประกอบด้วยอาหารตั้งแต่ 6 จาน (คอร์ส) ขึ้นไป เสิร์ฟไวน์ตลอดเวลา ไม่นิยมเครื่องดื่มชนิดอื่นระหว่างรับประทานอาหารนอกจากน้ำหากไม่ดื่มไวน์
ภัตตาคารที่หรูหราจะเสิร์ฟอาหารแบบเต็มยศ ซึ่งจะสั่งเพียง 2 หรือ 3 คอร์สก็ได้ การสั่งอาหารในภัตตาคารหรูจะเรียงลำดับดังนี้
1. Aperitif (เหล้า หรือ เครื่องดื่มสำหรับจิบเรียกน้ำย่อย)
2. Entree และ/หรือ ออร์เดิร์ฟ (อาหารจานแรก อาจมีซุปต่ออีกคอร์สก็ได้)
3. Plat Pricipal (อาหารจากหลัก)
4. Salade (สลัดเสิร์ฟเคียงกับอาหารจานหลัก)
5. Fromage (เนยแข็งชนิดต่างๆ วางบนถาดไม้)
6. Dessert (ของหวาน)
7. Fruit (ผลไม้)
8. Cafe หรือ The (กาแฟ หรือ ชา)
9. Degestif (เหล้าหลังอาหาร)

รูปแบบของอาหาร ได้มีการแบ่งรูปแบบอาหารออกเป็นลำดับชั้น คือ
1. Haute Cuisine อาหารที่ปรุงอย่างหรูหราสำหรับคนร่ำรวยใช้เวลาในการเตรียมนาน และเมื่อเสิร์ฟก็ต้องตกแต่งอย่างสวยงาม
2. Cuisine Bougeoise อาหารที่ทำกินกันเองในบ้าน แต่ใช้เครื่องปรุงที่มีคุณภาพ
3. Nouvelle Cuisine อาหารแนวใหม่ใช้เครื่องปรุงธรรมชาติแบบดูแลสุขภาพ เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจลดน้ำหนัก
4. Cuisine des Province อาหารพื้นบ้านชนบทใช้เนื้อสัตว์และผักนานาชนิด โดยไม่แปรรูปให้วิจิตรพิสดาร

ร้านอาหาร ร้านอาหารในฝรั่งเศสแม้หน้าตาคล้ายๆ กัน แต่อาจเรียกไม่เหมือนกัน ด้วยลักษณะของอาหารที่ขายรวมทั้งเครื่องดื่มด้วย
1. Restaurant คือ ภัตตาคาร มักจะขายอาหารเฉพาะอย่างเช่น อาหารไทย, อาหารเวียดนาม หรืออาหารทะเล รวมทั้งร้านที่ขายเฉพาะอาหารฝรั่งเศสด้วย จะเปิดขายอาหารกลางวันถึงประมาณบ่ายสามโมงแล้วปิด จะขายอาหารเย็นอีกครั้งราวหกโมงครึ่งไปจนถึง 4-5 ทุ่ม การสั่งอาหารจะค่อนข้างใช้เวลานาน
2. Brasserie คือ ร้านอาหารที่เปิดขายตั้งแต่เช้าจรดเย็นโดยไม่มีเวลาหยุดพัก และมีอาหารเสิร์ฟทั้งวัน
3. Cafe คือร้านกาแฟ เป็นแหล่งชุมชนของผู้คนในละแวกนั้น จะเสิร์ฟอาหารแบบง่ายๆ อาทิ แซนวิช หรือ ครัวซอง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นกาแฟ หรือเครื่องดื่มอื่นๆ
4. Salon de The เป็นภาคที่หรูหราของคาเฟ่ เสิร์ฟอาหารเบาๆ พวกสลัด หรือ แซนวิช และมีขนมอบ ขนมหวาน เครป และไอศกรีมให้รับประทาน ส่วนใหญ่จะเปิดสายๆถึงหัวค่ำ
5. Boulandgerie หรือร้านขายขนมปัง สดใหม่น่ารับประทาน จะเปิดแต่เช้าและปิดตอนใกล้ค่ำ
6. Patisserie ร้านขายขนมอบนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นเพสตรี เอแคลร์ หรือครัวซอง บางร้านมีโต๊ะวางไว้เผื่อลูกค้าจะนั่งในร้าน และมีชา กาแฟเสิร์ฟ ด้วย
7. Confiserie หมายถึงร้านที่ขายของหวานจำพวกช็อคโกเลต ลูกกวาด ผลไม้เชื่อม ในบางร้านอาจมีเค้ก พาย ที่แต่งอย่างหน้ารัก สวยงาม และพอคำ

อาหารจานเด็ด หากไปถึงฝรั่งเศสอย่าลืมลิ้มลองอาหารขึ้นชื่อเหล่านี้
1. Fruits de mer คืออาหารทะเลสดๆ ประกอบด้วยกุ้ง หอย และปูหลากชนิดลวกพอสุก จัดวางบนน้ำแข็งเกล็ดในถาดใบโต รับประทานโดยการบีบมะนาว และจิ้มน้ำส้มสายชูใส่หัวหอมซอย ถ้าจะให้ดีต้องกลั้วคอด้วยไวน์ขาว และแนมให้หนักท้องด้วยข้าวไรย์ทาเนย อาหารจานนี้เป็นอาหารเมืองชายทะเลภาคตะวันตก
2. Cog au vin หรือ ไก่อบซอสไวน์แดงใส่หอม และเห็ดดุม เป็นอาหารที่ภัตตาคารแทบทุกแห่งจะต้องบรรจุไว้ในเมนู
3. Soupe a l oignon หรือซุบหัวหอม เป็นอาหารที่สำคัญอีกจานหนึ่ง หอมหัวใหญ่จะถูกหั่นเป็นเส้นบางๆ เคี่ยวจนเกือบเละในน้ำซุปรสเข้ม เมื่อจะเสิร์ฟ จึงลอยขนมปังที่อบร้อนโดยมีเนยแข็งวางอยู่ข้างบน
4. Escargots a la Bourguignonne หอยทากเอสคาร์โกอบจนสุก พอออกจากเตาร้อนๆก็เอาเนยสดที่ผสมเครื่องเทศใส่ลงไปจนเต็มปากหอย รับประทานเรียกน้ำย่อย
5. Pate de foie gras ตับบดปรุงรสด้วยเครื่องเทศ ทำจากตับห่านหรือตับเป็ด หากไม่บดก็อาจเป็นชิ้นๆ ปรุงด้วยเหล้าบรั่นดี

ขนมปัง

ขนมปังของฝรั่งเศสที่เรียกว่า บาแกตต์ (Baquette) มีเอกลักษณ์พิเศษกว่าใคร ด้วยการทำเป็นทรงยาวกว่า 2 ฟุต เส้นผ่าศูนย์กลาง 2-3 นิ้ว เวลาทานมักบิออกด้วยมือ หรือฝานออกเป็นชิ้นๆ อีกชนิดที่นิยมคือ ครัวซอง


ขนมหวาน
ขนมหวานที่เป็นที่รู้จักกันดี ได้แก่
1. เครป (Crepe) เป็นเสมือนอาหารว่างมากกว่า พบเห็นทั่วไป ที่ขึ้นชื่อที่สุดคือ เครปซูเซตต์ หรือเครปน้ำตาลใส่น้ำส้มและเหล้า
2. มารองกลาสเซ่ (Marron Glace) หรือเกาลัดเชื่อมหวานสนิม ร้านที่ขายที่ขึ้นชื่อ คือร้าน Fauchon
3. เอแคลร์ (Eclair) ขนมอบใส่ใส้ครีม

ขนมว่าง
เป็นอาหารง่ายที่กินระหว่างมื้อ ที่ขึ้นชื่อก็คือ โคร้ก เมอซิเออร์ (Croque monsieur) ซึ่งเป็นแซนวิชวางแฮมและเนยแข็งไว้ข้างบนแล้วเข้าอบ ถ้าวางไข่ดาวด้วยเรียก โคร้ก มาดาม (Croque madam)

เนยแข็ง

ชนิดของเนยแข็งฝรั่งเศสที่ขึ้นชื่อ อาทิ
1. รอคฟอร์ต (Roquefort) เนยกลิ่นแรงรสจัดมีเส้นสีฟ้าๆอยู่ในเนื้อเนย
2. กามองแบร์ (Camembert) เนยสีขาวนวลเนื้อนิ่ม มีเปลือกสีขาวรอบนอก ซึ่งกินได้ แต่ไม่ค่อยกิน
3. บรี (Brie) เนยสีฟ้า หรือ Blue


ภาษาฝรั่งเศสที่ควรรู้
ไทย ฝรั่งเศส ออกเสียง
สวัสดี (ตอนเช้า) Bonjour บงชู
สวัสดี (ตอนเย็น) Bonsoir บงซัว
ลาก่อน Au revoir โอ (เครอ) วัว
ใช่ Oui หวิ
ไม่ Non น็อง
กรุณา S'll vous plat ซิล วู เปล
ขอบคุณ Merci แม็ก ซิ
ขอโทษ Pardon ปากดง
Excusez-moi เอกซ์กูเซ มัว
สบายดีหรือ Comment allez-vous กอมมอง ตาเล วู้
คุณชื่อว่าอะไร Comment Vous กอม มอง วู
ฉันชื่อว่า Je m'appelle เชอ มาแปล์ว
ของนี้ราคาเท่าไร C'est combien เซ กง เบียง
ของนี้แพงเกินไป C'est trop cher เช โทรบ์ แชร์
ฉันต้องการซื้อ Je voudrais acheter เชอ วูเดร อะ เชเต้
ห้องน้ำอยู่ไหน Ou est la toillette อู เอ ลา ตัวแลต